“การคิดลด” มองอนาคตก่อนลงทุน

โดย Club VI

นักลงทุนแทบทุกคนคงเคยได้ยินเรื่องของ “การคิดลดกระแสเงินสด” (Discounted Cash Flow) มาบ้างแล้ว ทว่าบางคนอาจไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร

แต่อย่างน้อยๆ ทุกคนน่าจะทราบว่า หากเอาเงินสด 100 บาท ฝากแบงก์ไว้ โดยได้ดอกเบี้ย 3% พอครบหนึ่งปี เงินนั้นจะกลายเป็น 103 บาท

ในทางกลับกัน ถ้าถามใหม่ว่า หาก ณ วันนี้เรามีเงิน 103 บาท โดยเงินนั้นอยู่ในแบงก์มาแล้ว 1 ปี ได้ดอกเบี้ยปีละ 3% ถามว่าเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว เรามีเงินฝากแบงก์อยู่กี่บาท ถึงตรงนี้ ท่านคงตอบได้ง่ายๆ เลยใช่ไหมครับว่า ก็ “100 บาท” ไง

เชื่อไหมครับว่า แค่นี้แหล่ะคือ “การคิดลด” (Discounting) !!

ขอแสดงให้เห็นง่ายๆ อย่างนี้นะครับ ด้วยอัตราดอกเบี้ย r … พอผ่านไป 1 ปี เงินต้น A จะกลายเป็น A(1+r) ในที่นี้ เงินต้น 100 บาท จึงกลายเป็น 100 x (1+0.03) = 103 บาท นี่คือ “ขาไป”

ส่วนการ “คิดย้อนกลับ” แทนที่เราจะเอา 1+r ไปคูณ เราก็เอาไปหารแทน เงิน ณ ปัจจุบัน A บาท จะมาจากเงินต้น A/ (1+r) เงิน 103 บาท ในวันนี้ จึงมีที่มาจาก 103 / 1.03 = 100 บาท เมื่อ 1 ปีก่อนหน้านั่นเอง

ประโยชน์ของการคิดลดก็คือ มันทำให้เราสามารถเปรียบเทียบ “เงินในวันนี้” กับ “เงินในอนาคต” ได้

เช่น สมมุติเพื่อนยืมเงินเราไป 100 บาท เราก็จะรู้ว่า พอสิ้นปีที่ 1 อย่างน้อยเพื่อนควรจะคืนเงินเรา 103 บาท (เพื่อไม่ให้น้อยกว่าดอกเบี้ยที่จะได้รับจากการเอาเงินไปฝากธนาคาร) แต่ถ้าเพื่อนยืมไป 2 ปี เขาก็ควรจะเอามาคืนเรา 103 x 1.03 = 106.09 บาท

ดังนั้น 106.09 บาท ที่เราจะได้คืนในอีก 2 ปีข้างหน้า เมื่อคิดลดกลับมาที่เวลาปัจจุบัน ก็จะเทียบเท่ากับ 100 บาท ที่เราให้ยืมไปตั้งแต่ทีแรก (อันนี้คิดจากอัตราดอกเบี้ย 3% นะครับ)

เมื่อประยุกต์มาใช้กับการลงทุนในหุ้น คนส่วนใหญ่มักคาดหวังอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากแบงก์ เช่น 10% ต่อปี เพราะฉะนั้น อัตราดอกเบี้ยที่เอาไปคิด ย่อมเท่ากับ 10% ไม่ใช่ 3% เหมือนกับการฝากแบงก์

“อัตราคิดลด” (Discount Rate) จึงขึ้นอยู่กับอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง ยิ่งหวังสูง ก็ยิ่งต้องใช้อัตราคิดลดที่สูงตามไปด้วย

ถ้าเราวิเคราะห์หุ้นของบริษัทกิเลนผยอง โดยคาดการณ์ว่า จะได้รับเงินปันผลเป็นจำนวน 5 บาท ต่อหุ้นในอีก 1 ปีข้างหน้า เม็ดเงินนี้จะมีค่าเทียบเท่า 4.55 บาท ในปัจจุบัน โดยคำนวณจาก 5 / (1+0.10)

หากเราสามารถคาดการณ์เงินปันผลที่บริษัทจะจ่ายในปีต่อๆ ไป เราก็จะรู้มูลค่าของเม็ดเงินทุกเม็ดที่จะได้รับจากหุ้นตัวนี้ และเนื่องจาก “เงินปันผล” ก็คือ “เงินสด” ซึ่งจะทยอยหลั่งไหลเข้ามาสู่กระเป๋าของเราทุกๆ ปี นี่จึงถือเป็นการ “คิดลดกระแสเงินสด” วิธีหนึ่ง โดยใช้เงินปันผลเป็นเครื่องมือ

การคิดลดกระแสเงินสด ยังมีอีกหลายวิธี ซึ่งล้วนเป็นรากฐานอันจะนำไปสู่ “การหามูลค่าหุ้น” เดี๋ยวเอาไว้ตอนหน้าจะมาเล่าให้ฟังต่อนะครับ

ก่อนจบ เพื่อให้แน่ใจว่าท่านเข้าใจ เราขอฝากการบ้านไว้เล่นๆ สักข้อหนึ่ง โจทย์มีดังนี้

“บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ชื่อ DTAK (อ่านว่า “ดีแตก”) คาดว่าจะจ่ายปันผลพิเศษในอีก 2 ปีข้างหน้า เป็นเงิน 16 บาท ถ้าใช้อัตราคิดลด 10% เงินปันผลก้อนนี้ จะมีมูลค่า ณ ปัจจุบันเท่ากับเท่าไร”

ลองคำนวณดูนะครับ … คราวหน้าจะมาเฉลย

Happy Birthday ครับปู่

วันนี้ 30 ส.ค. 2012 เป็นวันเกิดครบรอบ 82 ปี ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เราก็ขอเซย์ “แฮปปี้เบิร์ธเดย์” กับปู่ และขอส่งกำลังใจเล็กๆ ให้ปู่หายขาดจากโรคมะเร็งในเร็ววันนี้ครับ

และสำหรับวันเกิดในปีนี้ ปู่บัฟฟ์ก็ได้ฉลองวันเกิดให้กับตัวเอง โดยตกลงใจที่จะบริจาคหุ้นเพิ่มเติมเป็นสองเท่าให้กับมูลนิธิของลูกๆ ทั้งสามของแก คือ ซูซาน, โฮเวิร์ด และ ปีเตอร์ ซึ่งหุ้นเหล่านั้น เมื่อคำนวณจากมูลค่าตลาด ณ วันนี้ จะมีค่าอยู่ที่กว่า 3 พันล้านเหรียญ หรือราวๆ 9.25 หมื่นล้านบาท*

ทั้งนี้ ปู่ได้เขียนจดหมายถึงลูกๆ ทั้งสาม มีใจความที่น่าสนใจว่า

“พ่อรู้อยู่แล้วว่า ลูกๆ ย่อมจะใช้สมองและพลังงานที่มี เพื่อใช้เงินทุนที่พ่อให้เป็นของขวัญให้เกิดประโยชน์มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ลูกๆ ทำได้ดีกว่าที่พ่อคาดหวังไว้เสียอีก แม่ของลูกต้องภูมิใจในตัวลูกเหมือนที่พ่อภูมิใจแน่ๆ ความสำเร็จของลูกๆ ในวันนี้ ทำให้พ่อมองเห็นถึงอิทธิพลของแม่ที่มีต่อลูกทุกคน

ดังนั้น พ่อจึงตัดสินใจที่จะให้หุ้นเพิ่มเติม จากคำสัญญาเดิมที่มูลค่าตอนนี้เท่ากับหุ้นคลาส B จำนวน 12,220,852 หุ้น โดยในหุ้นจำนวน 24,441,704 หุ้น ที่เป็นจำนวนใหม่ที่จะให้นี้ พ่อจะแบ่ง 1,222,085 หุ้น ให้กับมูลนิธิของลูกทั้งสามภายในเดือน ก.ค. ปีหน้า และจำนวนดังกล่าวจะลดลง 5% ต่อปี ไปเรื่อยๆ

เมื่อเวลาผ่านไป พ่อคาดว่ามูลค่าของหุ้นที่พ่อให้ในครั้งนี้ จะมีค่าเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 100 ล้านเหรียญ แม้ว่ามันคงจะผันแปรไปบ้างในแต่ละปีที่ผ่านไป พ่อก็หวังว่าลูกๆ จะใช้มันอย่างฉลาดในวิถีทางของลูกๆ เอง”

ด้วยรัก จากพ่อ

* [ตัวเลข 3 พันล้านเหรียญ คำนวณจากราคาหุ้น BRK-B ณ วันที่ 30 ส.ค.2012 ที่อยู่ที่ 84.19$ โดยบัฟเฟตต์จะมอบหุ้นให้มูลนิธิของลูกทั้งสาม คนละ 12,220,852 หุ้น รวมเป็น 36,662,556 หุ้น จึงได้มูลค่าหุ้นรวม ณ วันนี้ เท่ากับ 3086,620,589.64 เหรียญ (36,662,556 X 84.19) คิดเป็นเงินไทยก็เอา 30 คูณ ได้ประมาณ 9.25 หมื่นล้านบาท … เห็นตัวเลขแล้วถึงกับงงเลยใช่มั้ยครับ – -“]