ปู่บัฟฟ์สวนหมัด

Club VI – หลังจาก วอร์เรน บัฟเฟตต์ ออกมาเรียกร้องให้มีการแก้กฏหมายเพื่อเก็บภาษีคนรวยให้มากขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และประธานาธิบดีบารัค โอบามา เอาไปผลักดันต่อ จนแทบจะกลายเป็นวาระแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาไปแล้วนั้น

ล่าสุด ปู่บัฟฟ์ของเราได้ถูก ส.ว. มิตช์ แม็คคอนเนลล์ จากรีพับลิกันออกมาโต้ โดยบอกว่า ถ้ารู้สึก ผิดนักหนาว่าตัวเองจ่ายภาษีน้อยไป ก็ “เขียนเช็ค” ให้รัฐเสียเลยสิ สิ้นเรื่องสิ้นราว อันเป็นการตอบโต้ที่ทำให้พวกหมั่นไส้บัฟเฟตต์สะใจกันนักหนา

แต่แล้ว เมื่อนิตยสาร Time ไปสัมภาษณ์ปู่บัฟฟ์ ปู่แกก็ไม่รอช้า สวนหมัดกลับไปยัง แม็คคอนเนลล์ โดยพลัน โดยบอกว่า ถ้าจะท้าทายกันเรื่อง “การบริจาค” นี่ ไม่เคยกลัวอยู่แล้ว

แถมยังท้ากลับอีกว่า หากสมาชิกสภาคองเกรสของรีพับลิกันทุกคนยอมควักเงินส่วนตัวบริจาคเป็นยอดรวมกันเท่าไร แกจะ “เบิ้ล” ให้ คือยอมจ่ายเป็นจำนวนเท่ากัน!!

และสำหรับแม็คคอนเนลล์ เขาจะยอม “จ่ายสามเท่า” คือถ้าแม็คคอนเนลล์ให้ 1 เหรียญ เขาจะยอมให้ถึง 3 เหรียญเลยทีเดียว

โดยก่อนหน้านี้ แม็คคอนเนลล์เคยกล่าวว่า คนอเมริกันมีสปิริตพอที่จะยอมบริจาคเงินเพื่อใช้หนี้ของประเทศ 1.2 ล้านล้านเหรียญ โดยไม่ต้องขึ้นอัตราภาษีแต่อย่างใด ซึ่งทำให้บัฟเฟตต์บอกว่า เขารู้สึก “ซาบซึ้ง” (ใช้คำว่า Touched) ที่แม็คคอนเนลล์คิดเช่นนั้น แถมยังแซวอีกว่า “ไอ้นโยบายแบบนี้ คงมีแต่รีพับลิกันเท่านั้นกระมังจึงจะคิดได้”

ท้าบัฟเฟตต์ ท้าอะไรท้าได้ ดันมาท้าเรื่องบริจาคเงิน มารูปนี้ ท่าจะต้องซัดกันอีกหลายยกครับ

อ้อ … สุดท้าย ปู่บัฟฟ์ยังย้ำอีกว่า

“ที่เสนอไปนั่น ผมเอาจริงนะ”

แสบไหมเล่า อิอิ

เรียบเรียงจาก http://www.cnbc.com/id/45961945 และนิตยสาร Time

เรื่องแปลกแต่จริงของ S&P และความพ่ายแพ้ของบัฟเฟตต์

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อำลาปี 2011 ด้วยตัวเลขแปลกๆ กล่าวคือ ในวันทำการสุดท้าย “ดัชนี S&P” ปิดตัวลง ณ จุดที่แทบจะ “ไม่เปลี่ยนแปลง” จากเมื่อปี 2010 หรือหนึ่งปีก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ณ เวลาปิดตลาดของวันที่ 30 ธ.ค. 2011 ดัชนี S&P อยู่ที่ 1257.60 จุด ในขณะที่ในวันและเวลาเดียวกันของปี 2010 ดัชนีปิดที่ 1257.64 จุด จึงเท่ากับว่าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา S&P ลดลงเพียง 0.04 จุด หรือ 0.003% ซึ่งในทางเทคนิคแล้วถือว่าแทบจะ “ไม่เปลี่ยนแปลง” เลย

ครั้งล่าสุดที่ S&P จบปีแบบ “ไม่เปลี่ยนแปลง” ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 65 ปีก่อน ในปี 1947 ที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ (ไม่มีตัวเลขแน่ชัด) รองลงมาคือในปี 1970 ที่ดัชนีปรับตัวขึ้น 0.1% จากปีก่อนหน้า

จุดที่น่าสนใจก็คือ แม้ S&P จะไม่เปลี่ยนแปลงเลยในปีนี้ แต่ก็ยังชนะ “เบิร์คไชร์ แฮธาเวย์” ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ โดยหุ้น Class A ของ BRK สิ้นสุดปีด้วยราคา 114,755 ดอลล่าร์ต่อหุ้น ลดลง 4.7% จากราคาปิดในปี 2010 ในขณะที่หุ้น Class B ลดลง 4.8%

การที่ S&P ชนะเบิร์คไชร์ในครั้งนี้ เป็นการชนะครั้งที่สองในรอบสามปี และทำให้ในรอบสิบปีที่ผ่านมา สถิติของทั้งสองฝ่ายเสมอกันอยู่ที่ “5 ต่อ 5” คือ S&P ชนะ 5 ครั้ง และ BRK ชนะ 5 ครั้ง โดย S&P เพิ่งมาตีเสมอได้ในปีล่าสุดนี้เอง

เห็นไหมครับว่าการ “อยู่กับปู่” ไม่อาจการันตีความสำเร็จได้ ถ้าจะให้ชัวร์ เอาหลักของปู่บัฟฟ์มาใช้เลือกหุ้นเองดีกว่าครับ

ข้อมูลและภาพประกอบจาก http://www.cnbc.com/id/19206666/ , http://www.cnbc.com/id/45828487

IT

IT บริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ประกอบการร้าน “IT City” ร้านค้าปลีกคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีขนาดใหญ่ ในลักษณะ “ไอที ซุปเปอร์สโตร์” ในปี 2554 มีสาขา 50 สาขาทั่วประเทศ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Everyday Exhibition” คือมีสินค้าให้เลือกสรรมากมายทุกวัน โดยใช้กลยุทธ์ “One-price Strategy” ทุกสาขาขายสินค้าราคาเดียวกันหมด และ เพิ่งแตกแบรนด์ใหม่ คือ “I-Society” เพื่อเป็นร้านสำหรับลูกค้าระดับกลางถึงบน

ความแข็งแกร่ง

แม้ IT จะเป็นผู้นำของบรรดาร้านค้าปลีกสินค้าไอทีในประเทศไทย แต่บริษัทฯก็มีคู่แข่งค่อนข้างมากในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นพวกดีลเลอร์ที่ขายสินค้าตัดราคากันอย่างดุเดือด รวมทั้งไฮเปอร์มาร์ทและ Chain Retailer ทั้งหลาย จุดเด่นของ IT คือมีหนี้สินต่ำ เงินสดดี นอกจากนี้ ยังสามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เงินลงทุนไม่มากนักเพราะใช้การเช่าเป็นหลัก จุดที่ต้องระวังคือ โดยธรรมชาติแล้ว สินค้าไอทีล้าสมัยเร็วมาก จึงถือเป็นความเสี่ยงประการหนึ่งที่ต้องจัดการ Inventory ให้ดี

ค่าทดสอบ  81 เต็ม 100

การเติบโต

IT ขยายสาขาอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหลายปี ส่งผลให้รายได้และกำไรของบริษัทฯเพิ่มขึ้นสม่ำเสมอ ข้อเสียคือสินค้าไอทีมีส่วนต่างกำไรค่อนข้างต่ำ แต่บริษัทฯก็หันมาเน้นธุรกิจให้บริการซ่อมบำรุงมากขึ้น ปัจจุบัน IT ได้เน้นขยายสาขาในต่างจังหวัด ซึ่งยังมีที่ว่างสำหรับการเติบโตอีกมาก โดยในปี 2555 มีแผนจะเปิดอีก 12 สาขา รวมเป็น 62 สาขา คาดว่ารายได้จะโต 20% ที่สำคัญคือ บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายปันผลปีละ 4 ครั้ง ในอัตราสูงสุดถึง 100% เพราะไม่ต้องเก็บเงินสดไว้ลงทุนมากนัก ทำให้ผู้ถือหุ้นได้ผลตอบแทนเต็มเม็ดเต็มหน่วย

 ค่าทดสอบ 90 เต็ม 100

ผู้บริหาร

ผู้บริหารของ IT มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้มาอย่างยาวนาน และมีคุณ “แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ” นักบริหารผู้ช่ำชองในแวดวงคอมพิวเตอร์และไอทีคอยดูแลให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด โดยบริษัทฯ ได้ธรรมาภิบาลระดับ 3 ดาว

 ค่าทดสอบ 81 เต็ม 100

รวมค่าทดสอบศักยภาพของ IT

70.5 เต็ม 100

[Disclaimer: บทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้จัดทำ ไม่ใช่การแนะนำให้ซื้อหรือไม่ซื้อหลักทรัพย์ใดๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ผู้จัดทำไม่รับรองความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการนำข้อมูลหรือความเห็นนี้ไปใช้ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม]