“วิกฤตหนี้ยุโรป”

เขียนโดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

จากภาวะ “วิกฤตหนี้ยุโรป” ที่ลุกลามไปทั่วโลกอยู่ ณ ตอนนี้ ผมขอสรุปให้เข้าใจกันง่ายๆ ถึงที่มาที่ไป สถานการณ์ที่เป็นอยู่ รวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อไป ดังนี้นะครับ

วิกฤตหนี้ยุโรปในขณะนี้ เริ่มต้นมาจาก “ประเทศกรีซ” เพราะกรีซมีหนี้สินมหาศาล อันเป็นผลมาจากนโยบายการคลังที่ไร้วินัยของรัฐบาล เอาใจประชาชนจนเกินตัว เงินไม่พอก็ไปกู้มา วันนี้จึงตกที่นั่งลำบาก หนี้ท่วมหัว เอาตัวแทบไม่รอด 

วิธีเดียวที่กรีซจะใช้หนี้ให้หมดได้ก็คือ ต้อง “รัดเข็มขัด” อย่างต่อเนื่องเท่านั้น

เมื่อเอาตัวเลขมาคำนวณดูแล้ว กรีซต้องลดค่าใช้จ่ายภาครัฐให้ได้ 30% เป็นเวลาถึง 20 ปี ซึ่งนั่นรวมถึงการตัดสวัสดิการต่างๆ และขึ้นภาษี จึงจะล้างหนี้ได้ ซึ่งฝ่ายที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงก็คือ “ประชาชน” ทว่าคนกรีซที่ได้รับการเอาอกเอาใจมาตลอดคงไม่ยอมแน่

ดังนั้น รัฐบาลกรีซย่อมต้องหันไปใช้อีกวิธีที่เหลืออยู่ นั่นก็คือการ “Default” หรือ “ชักดาบ” ไม่ใช้หนี้ เหมือนที่อาร์เจนตินาเคยทำมาเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งจะทำให้กรีซต้องออกจากยูโร (Euro Zone) อย่างเป็นทางการ 

(คล้ายๆ กับการที่เศรษฐีไทยหลายคนยอมให้ศาลพิพากษาเป็นคนล้มละลาย เพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายหนี้ให้เจ้าหนี้ สมัยวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540)  

การ “เบี้ยวหนี้” ของกรีซ จะทำให้เกิดผลกระทบต่อเนื่อง ลุกลามเป็นโดมิโนไปยังชาติอื่นๆ ทั่วยุโรป เพราะรัฐบาลกรีซกู้หนี้มาจากธนาคารใหญ่ๆ ในยุโรปเยอะมาก ชาติไหนที่แบงค์ในประเทศให้กู้รัฐบาลกรีซไว้จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะ “อิตาลี” และ “สเปน” และแม้แต่ “เยอรมนี” กับ “ฝรั่งเศส” ที่เข้มแข็งมาตลอดก็ต้องเจ็บด้วย

สุดท้าย วิกฤตนี้ก็จะลุกลามไปทั่วโลก กลายเป็น “ภาวะถดถอย” หรือ Recession อีกครั้งหนึ่ง !!

ทีนี้ถามว่า ชาติไหนจะมาช่วยคลี่คลายวิกฤตหนี้ยุโรปครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปได้บ้าง ชาติที่ต้องฝากความหวังไว้มากที่สุดคือ “เยอรมนี” ที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุดใน EU แม้ไม่รู้ว่าจะช่วยได้ขนาดไหนอย่างไร

ขณะเดียวกัน สหรัฐอเมริกาก็หนี้ท่วมหัวแทบเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว จะไปหวังให้คนที่กำลังจะจมน้ำมาช่วยคนจมน้ำอีกคนคงไม่ไหว (น่าขำไหมครับที่โอบามาออกมากระตุ้นให้ยุโรปช่วยกันแก้วิกฤต ทั้งที่ยังแก้ปัญหาในประเทศตัวเองไม่ได้เลย)

ในส่วนของตลาดหุ้นทั่วโลก แน่นอนว่ากระทบหนักมาก เอาแค่ตอนนี้ก็ดิ่งลงเยอะแล้ว เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทย ที่ร่วงแซงหน้าชาวบ้านเขาเสียอีก

อย่าลืมนะครับว่า วิกฤตคราวนี้ไม่ใช่แค่ “สถาบันการเงินในสหรัฐฯ” เหมือนเมื่อคราว เลห์แมน บราเธอร์ส ปี 51 แต่เป็นวิกฤตของทั่้ง “อเมริกา” และ “ยุโรป”

บ้านเรา คราวที่แล้วเหลือ 300 จุด คราวนี้จะไปถึงจุดนั้นหรือไม่ ยังไม่ทราบ แต่หลายคนเริ่มมองแล้วว่า 500-600 เป็นไปได้สูง ทว่าหลายคนก็ฟันธงว่าคงไม่แย่เท่าครั้งที่แล้ว

เอาเป็นว่า เราสรุปมาเพื่อให้เข้าใจกันง่ายๆ ตรงนี้ จะได้ประเมินสถานการณ์และปรับกลยุทธ์กันไว้ล่วงหน้าอย่างถูกต้องครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s