เมื่อนักลงทุนไทยถึงเวลากลับสู่ความจริง

shelf-cloud-3206860_960_720

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช (เขียน ณ วันที่ 8 มี.ค. 2018)

สองสามวันนี้ หุ้นตกลงมาเกือบ 40 จุด มองย้อนกลับไปช่วงปีใหม่ ต้องถือว่านักลงทุนอย่างเราๆ กำลังกลับเข้าสู่ “ความเป็นจริง” หลังจากตลาดหุ้นปีที่แล้ววิ่งกระฉูดทะลุ 1,800 จุด ทำเอาเซียนหลายคนถึงขนาดกล้าฟันธง ดัชนีจะไป 2,000-3,000 จุด

ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ ตอนนี้กลับมาต่ำกว่าเดิมซะอีก … 1,800 ยังไม่ถึงเลย

ปีที่แล้ว หุ้นหลายตัว P/E เคยพุ่งขึ้นไป 50-60 เท่า บางตัวเป็น 100 เท่า คนรู้ว่าแพงก็ยังเข้าไปซื้อ เฮฮาลั้ลลา ตอนนี้หลายคนขาดทุนกัน 40-50% เล่นเอาดูไม่จืด

ที่น่าสนใจก็อย่างที่อาจารย์นิเวศน์เคยทักไว้ กล่าวคือ ไอ้ที่หุ้นขึ้นนั้น คนไทยเราซื้อกันเอง แต่ต่างชาติ “ขาย”

นั่นแปลว่าอะไร ก็แปลว่าคนอื่นเขาไม่ได้มองเราดี เราคิดของเราไปเอง

ถ้าเราทำอะไรเกินความจริง พอทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเป็นจริง เราจะเจ็บปวด แต่หากเราทำอะไรต่ำกว่าความเป็นจริง มันอาจจะช้าไม่ทันใจ แต่เราจะไม่เจ๊ง

คำถามที่เจอบ่อยตอนนี้ก็คือ ติดดอยตัวนั้นตัวนี้อยู่ ต้องขายมั้ย ควรทำยังไง?

ก็ขอยกคำสอนของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ จากจดหมายถึงผู้ถือหุ้นปีล่าสุดมาบอกกันอีกครั้ง ปู่บอกว่า

“ชาร์ลีและผมมองหุ้นสามัญในตลาดที่เบิร์คเชียร์ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ชื่อย่อที่เอาไว้ซื้อๆ ขายๆ โดยดู ‘ชาร์ต’ หรือเชื่อ ‘ราคาเป้าหมาย’ ของนักวิเคราะห์หรือความคิดเห็นจากสื่อ

แต่เราเชื่อว่าหากธุรกิจที่เราเข้าไปลงทุนประสบความสำเร็จ เงินลงทุนของเราก็จะประสบความสำเร็จเช่นกัน”

ถ้าเราซื้อธุรกิจที่ดี หุ้นลงมาเยอะเราก็ไม่ต้องกลัว หากตัวธุรกิจมันไปได้สวย เงินของเราก็ย่อมจะไปได้สวย แต่ถ้าเราพลาดไปแล้ว เผลอไปเล่นกับไฟ ตอนนี้มันลงมาเยอะ ขายทิ้งซะยังดีกว่า ไม่งั้นอาจเจ็บตัวมากกว่านี้

ขอปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งวรรคทองจากปู่ซึ่งผมชอบที่สุดจากจดหมายถึงผู้ถือหุ้นฉบับเดียวกัน ปู่บอกว่า

“เราสองคนเชื่อว่า มันไร้สติมาก ที่จะเอาสิ่งที่เรามีและจำเป็นต้องมีไปเสี่ยง เพื่อให้ได้รับในสิ่งที่เราไม่มีและไม่จำเป็นต้องมี”

อย่าทำอะไรเกินตัว อย่าเล่นมาร์จิ้น อย่าเอาเงินจริงๆ ไปสุ่มเสี่ยงกับโอกาสอันเลื่อยลอย ขนาดปู่ยังเตือนว่ามัน “ไร้สติ” (insane)

ยึดความจริงไว้ แล้วจะไม่เจ็บปวด ขอให้อยู่รอดปลอดภัยกันทุกคนนะครับ

Advertisements