วิธีดู “เงินสด” โลหิตเลี้ยงกิจการ

welovecash

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช และ สุภศักดิ์ จุลละศร

วันนี้ มาคุยกันถึงเรื่องของ “เงินสด” ซึ่งเปรียบเสมือนโลหิตหล่อเลี้ยงกิจการ ว่าเราจะมีวิธีพิจารณากระแสเงินสดของกิจการต่างๆ อย่างไร

คำว่า “เงินสด” ตามนิยามทางการเงินนั้นมีอยู่หลายรูปแบบ หลักๆ แล้วหมายถึง “เงินสดในมือ” และ “เงินฝากสถาบันการเงิน” ซึ่งหมายถึงเงินที่เราฝากไว้กับธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ

เงินสดของกิจการทั่วๆ ไปจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่ง เข้าๆ ออกๆ อันมาจากกิจกรรมต่างๆ ที่บริษัททำ

ทั้งนี้ กิจกรรมซึ่งจะส่งผลต่อปริมาณเงินสดของแต่ละบริษัท แบ่งได้เป็นสามเรื่องหลักๆ ดังนี้

กิจกรรมแรกคือ “การจัดหาเงิน” อาทิ บริษัทไปกู้เงินมา จึงมีเงินสดในมือเพิ่มขึ้น เช่นนี้เรียกว่า ได้รับเงินเข้ามาจาก “กิจกรรมจัดหาเงิน” ในทางตรงกันข้าม ถ้ากิจการจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้น ทำให้เงินสดในมือเหลือน้อยลง เงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินก็จะลดลง

กิจกรรมต่อมาคือ “การลงทุน” ถ้ากิจการเอาเงินสดไปซื้อเครื่องจักร ซื้อที่ดิน สร้างตึกใหม่ ทำให้เงินสดในมือลดลง เช่นนี้คือ บริษัทจ่ายเงินไปใน “กิจกรรมลงทุน” ในทางตรงกันข้าม ถ้าบริษัทขายที่ดินทิ้ง ได้เงินสดเพิ่มเข้ามา ก็คือได้เงินจาก กิจกรรมลงทุน

กิจกรรมสุดท้าย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุด คือ “กิจกรรมดำเนินงาน” อันหมายถึงการที่เงินสดของบริษัทเพิ่มขึ้นหรือลดลงตาม “ธุรกิจหลัก” ที่บริษัททำ

เช่น ถ้ากิจการขายของได้ ได้เงินสดเพิ่มเข้ามา เช่นนี้คือ ได้เงินสดมาจาก “กิจกรรมดำเนินงาน” ตรงกันข้าม เมื่อบริษัทมีค่าใช้จ่าย เช่น ซื้อสินค้ามาขาย หรือหยิบเงินสดจ่ายออกไปเป็นเงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟ เงินสดจาก “กิจกรรมดำเนินงาน” ก็จะลดลง

และด้วยความที่เงินสด (Cash) จากกิจการต่างๆ มีการ “เข้าๆ ออกๆ” อยู่ตลอด เราจึงมีศัพท์คำว่า “กระแสเงินสด” (Cash flow) เพื่อให้เห็นถึงความเป็นพลวัต การมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาของเงินสด

ทีนี้ วิธีที่จะพิจารณาว่ากระแสเงินสดของบริษัทไหนดีไม่ดี ต้องดูอย่างไร?

อันดับแรกคือ ดูที่ กิจกรรมดำเนินงาน โดยบริษัทต้องสามารถ “ผลิตเงินสด” ได้ จากธุรกิจหลักของบริษัท โดยการดำเนินงานของบริษัท ส่งผลให้มีเงินสด “เพิ่มขึ้น” ไม่ใช่ “ลดลง”

เช่น ธุรกิจซื้อมาขายไปทั่วๆ ไป ขายของได้เงินสดมา 100 บาท จ่ายต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ไป 80 บาท เช่นนี้คือกระแสเงินสดเป็นบวก 20 บาท

แต่บางธุรกิจขายสินค้าหรือบริการแล้วอาจไม่ได้เงินสดทันที แต่ได้เป็น “ลูกหนี้” (ในทางบัญชีเรียกว่าลูกหนี้การค้า) ก็ต้องดูต่อไปว่า บริษัทสามารถเปลี่ยนลูกหนี้การค้าให้เป็นเงินสดได้หรือไม่ แต่ระหว่างที่ยังเปลี่ยนเป็นเงินสดไม่ได้ ก็ต้องถือว่ายังไม่มีเงินสดเข้ามา ดังนั้น แม้จะขายของได้ เงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานก็อาจไม่เพิ่มขึ้น

บางกิจการขายของเป็นเงินเชื่อ แต่ลงทุนหรือจ่ายค่าใช้จ่ายเป็นเงินสดตลอด อย่างนี้กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานก็จะเป็น “ลบ” มากกว่า “บวก” ซึ่งถ้าเก็บหนี้ได้ก็ดีไป แต่ถ้าวันหนึ่งเกิดเก็บหนี้ไม่ได้มากๆ เข้า ธุรกิจก็อาจมีปัญหาได้ครับ

 ————————–

อยากอ่านงบการเงินเป็น ประเมินมูลค่าหุ้นได้ แนะนำหลักสูตรระดับกลางยอดนิยมของ คลับ วีไอ VI201 “อ่านงบการเงิน” วันที่ 7 มี.ค. 58 และ VI202 “ประเมินมูลค่าหุ้น” วันที่ 28-29 มี.ค. 58 ลง 2 คอร์ส เรียน 3 วัน 9,000 บาท สมัครได้เลย คลิกที่นี่  

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s