เพราะเหตุใดในอเมริกาจึงฟ้องคดีบ้าๆ กันเสมอ?

benton-county-1731516_960_720

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

ตั้งแต่ผมจำความได้ ก็ได้ยินเรื่องราวการฟ้องคดีแปลกๆ ในสหรัฐอเมริกาอยู่เสมอ บางเรื่องไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้น เช่น แม็คโดนัลด์ถูกลูกค้าฟ้องเพราะ “ทำกาแฟลวกใส่ตัวเอง” จนร้านเบอร์เกอร์ชื่อก้องโลกเสียเงินไปหลายล้านเหรียญ (และล่าสุด สตาร์บัคส์ก็โดนฟ้องในทำนองเดียวกัน) ยังไม่นับเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งอีกมากมาย

คดีพวกนี้แต่ละครั้งมักเรียกค่าเสียหายกันแพงหูฉี่ เรียกได้ว่าถ้าธุรกิจไม่มั่นคงจริงอาจถึงกับล้มละลายได้ ทั้งที่บางเรื่อง เราคนไทยเห็นข่าวแล้วยังงงว่า “มันฟ้องกันได้ยังไง”

เคน ฟิชเชอร์ มหาเศรษฐีนักลงทุน เขียนไว้ในหนังสือ Ten Road to Riches ของเขาว่า “การฟ้องคดีแพ่ง” ถือเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มากของสหรัฐอเมริกา สืบเนื่องจากกฏหมายและกระบวนการยุติธรรมที่เอื้อให้ฝ่ายโจทก์ทุกอย่าง

ทว่าผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากอุตสาหกรรมนี้ หาใช่ตัวโจทก์ซึ่งเป็น “ผู้เสียหาย” ไม่ หากแต่เป็นทนายที่มาทำคดี ทนายประเภทนี้ เรียกว่า plaintiff lawyer หรือ PL ภาษาไทยคือ “ทนายโจทก์” ซึ่งว่ากันว่าเป็นทนายสายที่รวยที่สุดในสหรัฐอเมริกา

กระบวนการก็คือ เมื่อมีลูกค้ามาให้ทำคดี ทนายโจทก์ก็จะรวบรวมหลักฐาน เชื่อมโยงเป็นเรื่องราว แล้วไปเจรจากับบริษัทให้ชดใช้ค่าเสียหาย เพื่อแลกกับการไม่ต้องขึ้นศาล โดยมักจะขู่เรียกเงินแพงๆ ก่อนจะลดหย่อนกันลงมาตามลำดับ หากคุยไม่รู้เรื่องจึงค่อยไปขึ้นศาลกัน

อย่างไรก็ตาม ฟิชเชอร์บอกว่า การขึ้นศาลเป็นสิ่งที่ทนายโจทก์ “เกลียด” ที่สุด เพราะสิ่งที่ต้องการคือ “เงิน” โดยไม่ต้องการทำคดีให้เหนื่อย

ด้วยเหตุนี้ เป้าหมายของทนายโจทก์ คือเลือกบริษัทใหญ่ๆ ที่มีเงินมากๆ และมีชื่อเสียงที่ “ไม่พร้อมจะเสีย” บริษัทเหล่านี้แม้จะมีอิทธิพลมากก็จริง แต่โดยมากมักไม่อยากเสียเวลา เพราะแม้จะสู้คดีไปจนชนะก็ไม่คุ้ม เนื่องจากระหว่างกระบวนการพิจารณาคดี บริษัทจะ “เสียชื่อ” ไปเรื่อยๆ หุ้นก็ตกไปเรื่อยๆ แถมเวลาชนะมักไม่เป็นข่าวเหมือนตอนที่ถูกฟ้อง

วิธีเลือก “โจทก์” ที่ได้ผลที่สุด คือต้องเลือกคนที่น่าสงสาร และสามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจของบริษัทได้ เช่น ผู้ป่วยเป็นโรคร้ายที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด บ้านอยู่ใกล้โรงงานของบริษัทใหญ่ๆ ยิ่งถ้าเป็นเด็กที่ป่วย จะเรียกคะแนนสงสารจากได้มากขึ้นไปอีก

ทั้งนี้ ทนายโจทก์มักได้ส่วนแบ่งอยู่ที่ประมาณ 30-40% จากค่าเสียหายที่เรียกร้องได้ แต่ถ้าแพ้คดีก็ไม่ได้อะไร พวกเขาจึงต้องเลือกคดีความอย่างระมัดระวัง เลือกเป้าหมายให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เหนื่อยฟรี และหนึ่งในเป้าหมายยอดฮิตของทนายโจทก์ คือ บริษัทยา บริษัทผลิตสารเคมี เพราะมีทั้งชื่อเสียงและเงิน และมีจุดให้ฟ้องได้มาก

สำหรับแวดวงการลงทุน มีการฟ้องคดีประเภทหนึ่งซึ่งทำกันเยอะมาก คือฟ้องบริษัทเวลา “หุ้นตก” โดยมากแล้วข้อกล่าวหามักเป็นไปในทำนองว่า บริษัทมีการปกปิดข้อมูลบางอย่าง ซึ่งถ้าเปิดเผยออกมา จะช่วยให้หุ้นไม่ตกลงไปขนาดนั้น ซึ่งบางครั้ง บริษัทก็ยอมเจรจาชดใช้ค่าเสียหายตาม market cap ที่หายไป เช่น market cap หายไป 20 ล้าน ก็จ่ายเงินให้ผู้ถือหุ้นที่ (อ้างว่า) เสียหาย เป็นเงิน 20 ล้าน

ทว่าสิ่งที่จะลืมเสียไม่ได้ก็คือ เงินของผู้เสียหาย แท้จริงแล้วคือเงินของผู้ถือหุ้นนั่นเอง นั่นจึงหมายความว่า บริษัทเอาเงิน “ของ” ผู้ถือหุ้น “จ่ายให้”​ ผู้ถือหุ้น แต่ที่แย่คือ เงินจำนวนนั้น ถูกทนายโจทก์แบ่งเอาไปอย่างน้อย 30% อีกทั้งหุ้นในมือยังสูญเสียมูลค่าหนักเข้าไปอีกจากการถูกฟ้อง

ที่เหนือชั้นยิ่งกว่านั้น คือการใช้ “โจทก์ตุ๊กตา” โดยทนายโจทก์จะให้คนของตัวเองไปไล่ซื้อหุ้นบริษัทต่างๆ ไว้ล่วงหน้า จากนั้นก็รอ พอหุ้นบริษัทไหนลงมาก็รีบไปยื่นฟ้องในนามของคนๆ นั้น บางคนถูกใช้เป็น “โจทก์รีไซเคิล” คือใช้ฟ้องซ้ำแล้วซ้ำอีกถึง 40 รอบ พอได้เงินมาจึงแบ่งเงินให้โจทก์เป็นค่าใช้ชื่อ (ซึ่งที่จริงแล้วผิดกฏหมาย เพราะเป็นการติดสินบทโจทก์ และเคยมีทนายโจทก์โดนจำคุกมาแล้วจากการกระทำเช่นนี้)

ที่เล่าให้ฟังทั้งหมดก็เพื่อตอบคำถามว่า เพราะเหตุใดเราจึงได้ยินเรื่องการฟ้องคดีพิสดารในอเมริกาอยู่เสมอ ก็เนื่องจากผลประโยชน์นั้นมโหฬารเหลือเกิน ทว่าโดยส่วนตัว ผมมองว่าเหรียญทุกเหรียญมีสองด้าน กฏหมายและกระบวนการยุติธรรมสหรัฐฯ ปกป้องประชาชนค่อนข้างมาก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี แม้จะมีคนบางกลุ่มฉวยเอาเรื่องนี้ไปหาประโยชน์ก็ตาม

ในทางตรงข้าม ในอีกหลายๆ ประเทศ ประชาชนตัวเล็กๆ มักตกเป็นเบี้ยล่างของธุรกิจใหญ่ๆ เสมอ และแม้จะเสียหายจริงก็ไม่มีโอกาสไปต่อกรท้าทาย บางครั้งไปแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจยังไม่รับเลยด้วยซ้ำเพราะไม่อยากเดือดร้อน นี่เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ และไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนแปลงไปง่ายๆ แต่อย่างใดครับ

——————–

ข้อมูลประกอบจากหนังสือ Ten Road to Riches โดย เคน ฟิชเชอร์

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s