Unknown's avatar

About CheeChud

Founder and CEO of Club VI, Thailand's Investment Academy, Bestselling Author, Fanpantae Samkok

Buffett: Back to Low-tech


วอร์เรน บัฟเฟตต์ เอาอีกแล้วครับ หลังจากซื้อ “ไฮเทค” อย่าง IBM ไปหมาดๆ ก็กลับมาซื้อ “โลว์เทค” อีกครั้ง แถมเป็น “โลว์เทคใกล้บ้าน” เสียด้วยนั่นคือ “Omaha World-Herald” หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของโอมาฮา

ใน News Release ของ เบิร์คชัวร์ แฮธาเวย์ บัฟเฟตต์บอกว่า World Herald “ทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง และเป็นหนึ่งในหนังสือพิมพ์ที่บริหารงานดีที่สุดในอเมริกา” โดยบอกด้วยว่า การเข้าซื้อครั้งนี้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของผู้บริหารหนังสือพิมพ์ (ดังนั้น จึงไม่ใช่ Hostile Takeover อย่างแน่นอน)

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ บัฟเฟตต์เองซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ วอชิงตัน โพสต์ (WPC) เคยยอมรับว่า ธุรกิจหนังสือพิมพ์ที่เขารักมาตลอดไม่ได้มีอนาคตที่สดใสอีกต่อไปแล้ว ถึงขนาดบอกว่า สภาพแวดล้อมของการรับข่าวสารในปัจจุบัน อาจทำให้อุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์ต้องเจอกับ “การขาดทุนที่ไม่มีวันสิ้นสุด” แต่ก็ไม่วาย เข้าซื้อบริษัทหนังสือพิมพ์อีกจนได้

โดย เทอร์รี่ โครเกอร์ CEO ของ Omaha World Herald บอกว่า การเข้ามาของบัฟเฟตต์ จะทำให้บริษัทมีเงินเพื่อเอาไปซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้น และสามารถรักษาไว้ซึ่งเจตนารมณ์ดั้งเดิมของสื่อรายนี้

เหมือนจะ “เปลี่ยนแนว” แต่ก็ยัง “ไม่เปลี่ยน” บอกว่าหนังสือพิมพ์ “ไม่ดีแล้ว” แต่ก็ยัง “เข้าไปซื้อ” …นี่ถ้าเป็นจอมยุทธ์ในหนังจีน ต้องถือว่าปู่บัฟฟ์เป็น “จอมยุทธ์ไร้กระบวนท่า” คือไม่ใช่ “มั่ว” แต่ “จับทางยาก” ที่สุดจริงๆ ครับ

Harold & IBM

คราวที่แล้วผมได้ตั้งเป็นคำถามไว้ ว่าปริศนา “Harold” คำเดียวโดดๆ ที่บัฟเฟตต์ทิ้งไว้นั้น มันโยงไปถึงหุ้น “IBM” ที่ปู่บัฟฟ์เข้าไปทุ่มทุนซื้อได้อย่างไร

เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ (ทำใจให้สบายๆ จะได้ไม่งง)

Harold เป็นชื่อของฝรั่ง

ชื่อเล่นส่วนใหญ่ของคนชื่อ Harold คือ “Hal” (เหมือนที่คนชื่อ David ชื่อเล่นชื่อ Dave หรือ Robert ชื่อเล่น Robby นั่นแหล่ะ)

“Hal 9000” เป็นชื่อของเจ้าคอมพิวเตอร์สมองกลอัจฉริยะในหนังเรื่อง “2001: Space Odyssey” ซึ่งออกฉายเมื่อปี 1968 หรือประมาณ 44 ปีที่แล้ว (ไม่ได้ฉายในปี 2001 นะครับ แต่เป็นหนังไซไฟ บอกเล่าเรื่องราวในปี 2001)

ทีนี้ ไอ้คำว่า “Hal” นี่ ประกอบด้วยตัวอักษรสามตัว คือ “H” “A” และ “L”

เมื่อเรา “บวกหนึ่ง” เข้าไป หรือพูดง่ายๆ คือ เลือกเอาอักษรที่ถัดจากอักษรทั้งสามตัว

อักษรที่ถัดจาก H คือ “I”

อักษรที่่ถัดจาก A คือ “B”

อักษรที่ถัดจาก L คือ “M”

ดังนั้น หุ้นที่บัฟเฟตต์ซื้อก็คือ “IBM” นั่นเอง

(อย่างไรก็ตาม คนที่ทำหนังเรื่องนี้บอกว่า ชื่อ Hal ไม่ได้มีเจตนาจะสื่อถึง IBM แต่อย่างใด และถ้ารู้ก่อนหน้าว่ามันจะโยงถึงกันได้ เขาคงเปลี่ยนชื่อไปแล้ว)

เอากะปู่แกสิครับ เห็นหรือยังว่าคนอย่างบัฟเฟตต์นั้นมองอะไรหลายชั้น ไม่มีทางอ่านกันได้ง่ายๆ ขนาดคำใบ้หุ้น ยังทำเอาพิธีกร CNBC รวมถึงเราๆ งงกันเป็นแถบ

นอกจากนี้ ยังทำให้เราได้เห็น “ความเป็นเด็ก” ในตัวปู่แก ที่ยังประทับใจกับหนังเรื่องเดิมๆ ที่เคยดูในสมัยหนุ่ม (เมื่อปี 1968 บัฟเฟตต์อายุราวๆ 36 ปี)

มุขเยอะจริงๆ นะปู่ 🙂

ทายปริศนาลับกับบัฟเฟตต์

นั่งดูคลิปย้อนหลังของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่ให้สัมภาษณ์ CNBC เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนแล้วสนุกดีครับ นอกจากจะสร้างความฮือฮาด้วยการ “เฉลยชื่อหุ้น” ที่ตัวเองซื้อ เป็นหุ้นบริษัทที่หลายคนคิดไม่ถึงว่าแกจะซื้อ ปู่บัฟฟ์ยังทำให้เราได้เห็นถึง “ความเป็นเด็ก” ในตัวแก ที่มาพร้อมกับรสนิยมบางประการ

เรื่องของเรื่องคือ บัฟเฟตต์ได้ประกาศกลางรายการ “Squawk Box” ว่า ตัวเองเพิ่งซื้อหุ้นของบริษัทๆ หนึ่ง เป็นบริษัทซึ่งใครๆ ก็รู้จักดี พิธีกรทั้ง 3 คนที่นั่งอยู่หน้าจอจึงพยายามซักว่าหุ้นตัวนั้นคืออะไร ไอ้ครั้นจะบอกง่ายๆ ก็กระไรอยู่ ดูเหมือนจะไม่ไว้ลาย ปู่บัฟฟ์จึงทิ้งปริศนาไว้ให้ได้ทายกัน ก่อนจะไปเฉลยในช่วงท้ายรายการ

แกบอกมาคำเดียวครับ “Harold”

ไม่รู้จะอุบไว้ทำไม ป่านนี้ใครๆ ก็คงรู้กันหมดแล้วว่าหุ้นตัวนั้นหมายถึง “IBM” แต่ใครพอจะเดาได้บ้างครับ ว่าคำว่า “Harold” เกี่ยวข้องกับ “IBM” ยังไง ลองเดากันดูนะครับ อย่าเพิ่งใช้ Google คนไทยอย่างเราๆ ใครตอบได้นี่เก่งมากทีเดียว 🙂