Unknown's avatar

About CheeChud

Founder and CEO of Club VI, Thailand's Investment Academy, Bestselling Author, Fanpantae Samkok

วิ่งแบบ “เสรี”

เสรีเป็นคนทำอาชีพอิสระ ทำงานอยู่กับบ้าน เขาบอกผมว่าเขาชอบให้โลกของตัวเอง “หมุนช้าๆ” ไม่ชอบชีวิตที่รีบเร่ง ไม่อยากแก่งแย่งอะไรกับใครเขา ไม่ปลื้มที่จะตื่นเช้าไปเจอรถติด ผจญความหงุดหงิดวุ่นวาย

เสรีเป็นคนสนใจด้านการลงทุน ผมคุยกับเขาถึงความคืบหน้าของ “เกมการเงิน” ที่เขาคิดขึ้น และชวนเพื่อนๆ มาเล่นด้วยกัน เกมที่ว่านี้ วิธีเล่นก็ง่ายๆ สมมุติว่าผู้เล่นแต่ละคนมีเงิน 1,000,000 บาท เอาไปลงทุนให้หุ้นอะไรก็ได้ในตลาดหลักทรัพย์ พอสิ้นเดือนก็จะประเมินผลกันว่าใครทำผลตอบแทนได้มากกว่า

ผู้เล่นแต่ละคนต้องตั้งเป้าหมายด้วยว่าปีหนึ่งต้องการผลตอบแทนปีละกี่เปอร์เซ็นต์ เป้านี้ไม่ใช่เงื่อนไขของชัยชนะ แต่เป็นคล้ายๆ หลักกิโลเมตรที่ต้องไปให้ถึง จะได้คอยท้าทายตัวเองอยู่เสมอ

เสรีเล่าว่า เพื่อนบางคนก็ตั้งเป้าไว้สูงลิบลิ่วปีละ “นับร้อยเปอร์เซ็นต์” เพื่อนบางคนก็ตั้งเป้าไว้ “10-20 เปอร์เซ็นต์”

ดูเหมือนไม่มีอะไรใช่ไหมครับ คล้ายๆ กับเกมหุ้นที่มีให้เล่นกันทั่วไป รวมทั้งในเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์

แต่ข้อแตกต่างก็คือ เสรีกำหนดกติกาไว้ว่า เกมนี้เล่นกัน “7 ปีเต็ม” นั่นแปลว่าใครได้ผลตอบแทนสูงสุดในแต่ละเดือน ก็ยังไม่ใช่ผู้ชนะแต่อย่างใด ผู้ชนะตัวจริงคือคนที่ทำผลตอบแทนได้สูงสุดหลังจากเวลาผ่านไปแล้ว 7 ปี!!

เสรีเล่าต่อว่า ที่ผ่านมาหลายเดือน เพื่อนแต่ละคนผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ คนที่ได้ผลตอบแทนสูงสุดแทบไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละเดือน บางเดือน นาย A ชนะ บางเดือน นาย B ชนะ บางเดือน นาย C ชนะ แต่ยังไม่เคยเห็นใครชนะได้ทุกเดือน

ตอนนี้เกมการเงินที่เสรีเริ่มต้นขึ้น ผ่านเวลาไปเกือบหนึ่งปีแล้ว เสรีบอกผมว่า จากสมาชิก 8 คน ตอนนี้เหลือประมาณ 4 คน เท่านั้นที่ยัง active อยู่ และโดยส่วนตัวเขาเชื่อว่าจะเหลือน้อยลงเรื่อยๆ

หลายคนที่เคยทำผลงานได้สูงสุดในแต่ละเดือน ตอนนี้ก็ล้มหายตายจากไป พวกที่เหลืออยู่กลับเป็นพวกที่ไม่หวือหวา บางคนไม่เคยเป็นผู้ชนะประจำเดือนเลยด้วยซ้ำ แต่ยังคงหาวิธีลงทุนใหม่ๆ ทุกวัน

ผมถามเขาว่า ทำไมเขาจึงคิดว่าคนจะน้อยลงเรื่อยๆ เขาบอกว่า จุดประสงค์ของเกมที่เขาคิดขึ้นมานี้ นอกจากเป็นการระดมสมองกับเพื่อนๆ หาวิธีการลงทุนที่ถูกต้องร่วมกันแล้ว ยังต้องการศึกษาธรรมชาติของคน ซึ่งผลที่ออกมาก็ไม่ได้ผิดไปจากที่เขาเคยคาดเลย

เวลาเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ทุกคนก็คึกคัก ฮึกเหิมกันดี แต่พอเวลาผ่านไป ไฟในตัวหลายๆ คนก็เริ่มลดลง บางคนมองโลกในแง่ดีสุดขั้ว ตั้งเป้าไว้สูงลิบลิ่ว ในช่วงแรกๆ ก็ไขว่คว้าหาชัยชนะอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ในที่สุดไฟก็มอดดับลงอย่างรวดเร็ว

ขณะที่บางคน เรื่อยๆ มาเรียงๆ ค่อนข้างอนุรักษ์นิยม ไม่หวือหวา แต่ก็ยังลงทุนต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความสม่ำเสมอ

ผมเลยถามเขาต่อว่า ในเมื่อคนที่ได้ผลตอบแทนสูงสุดแทบไม่ซ่้ำหน้ากันเลยในแต่ละเดือน ตอนนี้พอจะเดาได้ไหมว่า เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว 7 ปี ใครจะเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด

เสรีตอบว่า เวลายังเหลืออีก 6 ปี เขาคงบอกไม่ได้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ แต่ที่แน่ใจอย่างยิ่งก็คือ คนที่ยังอยู่ในเกมเมื่อเวลาผ่านไปครบ 7 ปี จะได้ผลตอบแทนที่งดงามอย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าวิธีการลงทุนจะถูกหรือผิด แต่ถ้าลองเรียนรู้อย่างต่อเนื่องได้นานขนาดนั้น ผลที่ได้รับย่อมจะ “ไม่แย่” เป็นแน่แท้

เขาตบท้ายด้วยคำพูดน่าประทับใจยิ่งว่า “นายรู้ไหม อาทเพื่อนรัก คนที่วิ่งได้รวดเดียว 20 กิโลแล้วไม่เหนื่อย สู้คนที่วิ่งวันละ 2 กิโล ทุกๆ วันไม่ได้หรอก”

ผมฟังแล้วก็ได้แต่พยักหน้า เถียงไม่ออกจริงๆ

ใช่ครับ .. ชีวิตคนเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องการลงทุน ก็เหมือนกับการออกกำลังกาย การทำอะไรที่ดีเลิศนั้นเป็นเรื่องดี แต่หากดีอยู่ประเดี๋ยวเดียวแล้วเลิกล้ม ไม่นานทุกอย่างก็จะสูญหายไปเป็นอากาศธาตุ

“ความสม่ำเสมอ” มั่นคง ไม่ท้อถอย ความพยายาม วิริยะอุตสาหะต่างหาก ที่จะนำเราไปถึงฝั่งฝันได้ ดังนั้น การทำให้ร่างกายแข็งแร็งที่สุดในระยะยาว จึงไม่ใช่การออกกำลังกายด้วยการวิ่งรวดเดียว 20 กิโล แต่เป็นการวิ่งวันละพอประมาณ อย่างต่อเนื่อง ทุกๆ วัน

อย่าลืมนะครับ ไม่ว่าคุณจะทำอะไรอยู่กับชีวิต เคยตั้งเป้าอะไรไว้ เคยทำอะไรแล้วเลิกไป ขอให้ลุกขึ้นมาทำมันอีกครั้งหนึ่งเถอะ ส่วนใครที่ทำอะไรด้วยความมุ่งมั่นสม่ำเสมออยู่แล้ว ขอจงทำต่อไป อย่าหยุด อย่าล้มเลิก

คนเรา จะ “ชนะ” หรือ “แพ้” บางทีก็วัดกันง่ายนิดเดียวครับ

แก้ปัญหาน้ำมันแพงแบบวีไอ

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

ผมเลือกที่จะเป็น “วีไอ” มาได้หลายปีแล้วครับ แต่กว่าจะเข้าที่เข้าทางก็ลองผิดลองถูกอยู่นานเหมือนกัน

ความจริงประการหนึ่งที่ผมพบก็คือ “วีไอ” ไม่ใช่แค่ “วิถีทางของการลงทุน” แต่มันคือ “วิถีชีวิต” เลยทีเดียว

วันนี้เลยขอลองยกตัวอย่างไอเดียที่ตัวเองทำอยู่ เป็นการเอา “การลงทุน” มาผสมผสานกับ “ชีวิตประจำวัน” ซึ่งวีไอรวมทั้ง “นักลงทุนทุกประเภท” น่าจะเอาไปใช้ได้มาเล่าสู่กันฟัง อาทิเช่น

ถ้าท่านต้อง “ขับรถ” ให้ซื้อ “หุ้นน้ำมัน” ไว้สักเล็กน้อย

ความจริงข้อหนึ่งก็คือ “หุ้นน้ำมัน” โดยเฉพาะ “หุ้นน้ำมันตัวหลัก” ของตลาดหลักทรัพย์ไทยนั้น “ราคาหุ้น” จะสูงขึ้นเสมอ เมื่อ “ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก” สูงขึ้น

ไม่ใช่แค่นั้น เวลามีการปรับขึ้นราคาน้ำมันภายในประเทศ ราคาหุ้นน้ำมันก็มักปรับตัวสูงขึ้นด้วย

ดังนั้น ขอแนะนำให้คุณซื้อ “หุ้นน้ำมัน” ติดพอร์ตไว้บ้าง แล้วจะไม่ต้องกังวลว่าน้ำมันจะขึ้นราคาเมื่อไร แม้รู้ว่าน้ำมันกำลังจะขึ้น ถ้าไม่สะดวก ไม่ได้ขับรถผ่านปั๊ม ก็ไม่ต้องรีบเติม

เหตุผลก็คือ สมมุติเราเติมน้ำมันเต็มถังครั้งละ “20 ลิตร” ถ้าน้ำมันขึ้นราคาลิตรละ “50 สตางค์” แล้วเราเติมไม่ทัน เติมช้าไปหนึ่งวัน ก็คือต้องจ่ายแพงขึ้น “10 บาท”

แต่หากเรามีหุ้นน้ำมันอยู่แค่ “100 หุ้น” พอ ปตท.ประกาศขึ้นราคาน้ำมันปุ๊บ แล้วหุ้นน้ำมันที่เราถืออยู่ราคาปรับขึ้น “4 บาท” เราก็ย่อม “มั่งคั่ง” ขึ้นแล้ว “400 บาท” จะไปแคร์อะไรกับการประหยัด “10 บาท” จริงไหมครับ?!!

เพื่อนผมบางคนนี่ประสาทจะกิน ต้องคอยเงี่ยหูฟังข่าว ได้ยินวิทยุประกาศว่า “ปตท.ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันพรุ่งนี้…” เป็นต้องกุลีกุจอขับรถไปเข้าปั๊มทันที ราวกับว่าถ้าเติมน้ำมันแพงไปอีกลิตรละไม่กี่สิบสตางค์ ชีวิตจะล่มจมยังไงยังงั้น

แค่ใช้วิธีแบบผม ก็ไม่ต้องไปบ้าตามใครเขาแล้วล่ะครับ ถ้าน้ำมันจะขึ้นราคาแล้วเราขับรถผ่านปั๊มก็เติมเสีย หากไม่ผ่านก็ไม่ต้องเติม อย่าไปคิดอะไรให้มากความ

ผมเก็บสถิติไว้หลายปี เชื่อไหมครับ ราว 7-8 ครั้ง จาก 10 ครั้ง ที่น้ำมันในไทยขึ้นราคาหุ้นน้ำมันจะขึ้นอย่างน้อย “4-6 บาท” เสมอ

บางคนคงนึกเถียงอยู่ในใจว่า แล้วถ้า “หุ้นตก” ล่ะ สมมุติราคาหุ้นน้ำมันหล่นไป 20 บาท แม้วันไหนน้ำมันราคาขึ้น กำไรที่ได้ก็คงไม่เท่ากับผลขาดทุนที่เสียไป มิใช่หรือ?

คำตอบของผมก็คือ หุ้นน้ำมันมักเป็น “หุ้นหลัก” ของตลาดหลักทรัพย์ไทยอยู่แล้ว พื้นฐานมั่นคงเป็นอันดับต้นๆ ก็ว่าได้

ดังนั้น เพียงซื้อทิ้งไว้สักเล็กน้อย ในเวลาที่ราคายังไม่แพง (เช่น PE ไม่เกิน 12) คุณจะไปห่วงอะไรมากมายล่ะครับ?

หรือถ้าไม่อยากซื้อเยอะ เพราะไม่ชอบหุ้นประเภทนี้ ก็ “ซื้อไว้ขำๆ” ไม่กี่ร้อยหุ้นก็พอ

นี่เป็นเรื่องที่ฟังดูเล็กน้อย อาจไร้สาระด้วยซ้ำสำหรับบางคน แต่มันเป็นการ “พลิกมุมคิด” เพื่อให้เราเอาความเป็นนักลงทุนมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันให้มีความสุขยิ่งขึ้น ไม่ต้องไปกระเสือกกระสนตามคนส่วนใหญ่เขา

นี่คือ วิธีแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพงแบบ “นักลงทุนตัวจริง” รวมทั้ง “วีไอ” ที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอพึ่งรัฐบาลครับ 🙂

ยินดีต้อนรับสู่ Club VI ครับ

สวัสดีทุกท่านครับ นี่คือเว็บไซต์ “Club VI” สโมสรทางเลือกสำหรับนักลงทุนแบบเน้นคุณค่าชาวไทย ทีมงานเราจะอัพเดตบทความและข่าวสารที่น่าสนใจเรื่อยๆ เชิญวีไอทั้งหลายและผู้ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมเยียนกันบ่อยๆ นะครับ

วิธีคุยกันมี 2 ช่องทางหลัก ณ ตอนนี้ คือ

  1. เข้ามาใน http://ClubVI.wordpress.com
  2. กด Like ที่ facebook ของเรา http://facebook.com/myClubVI

ขอยืนยันว่าที่นี่มีแต่เพื่อน จะ มือใหม่ – มือกลาง – มือเก่า มาคุยกันได้หมด ไม่ต้องกลัวโดนดุ ไม่ต้องกลัวถูกหาว่าไม่ฉลาด เราเปิดรับทุกท่านด้วยความยินดียิ่งครับ

ขอความมั่งคั่งจงอยู่กับวีไอทุกท่าน 😉