จาก โอบามา ถึง บัฟเฟตต์

วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนในคุณค่า

โดย บารัค โอบามา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา

ชัชวนันท์ สันธิเดช แปล

ในฤดูใบไม้ผลิ ปี 1942 เด็กผู้ชายอายุ 11 ปี คนหนึ่ง ได้เริ่มต้นลงทุนครั้งใหญ่เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยรวบรวมเงินเกือบทั้งหมดที่เขามีได้ราวๆ 120 เหรียญ เพื่อซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์ของบริษัท ซีตีส์ เซอร์วิส พอถึงเดือนมิถุนายน หุ้นนั้นตกฮวบลง ทำให้การลงทุนของเขาเสียหายอย่างหนัก

อาจกล่าวได้ว่า หลังจากนั้น สถานการณ์ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ก็เริ่มดีขึ้น หุ้นที่เขาถือฟื้นกลับขึ้นมา เขาจึงขายมันทิ้งไปโดยได้กำไรเล็กน้อย และเขาก็ได้ใช้เวลาเจ็ดทศวรรษนับจากนั้นเพื่อค้นหามูลค่า

วอร์เรนได้เห็นแฟชั่นการลงทุนที่หวือหวาผ่านมาแล้วก็ผ่านไปนับครั้งไม่ถ้วน แต่เขายังคงมุ่งมั่นที่จะหาบริษัทที่น่าไว้วางใจ และลงทุนในบริษัทเหล่านั้นด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา

จนถึงวันนี้ ชัดเจนแล้วว่า นั่นคือสูตรสำเร็จแห่งชัยชนะ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ไม่เพียงเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก แต่ยังเป็นคนที่ได้รับความชื่นชมและนับถือมากที่สุดคนหนึ่ง

เขาเสียสละความมั่งคั่งส่วนใหญ่ของตนซึ่งมีมูลค่ามหาศาลเพื่อช่วยเหลือผู้คนทั่วโลกที่กำลังทุกข์ทรมาน เจ็บป่วย หรือต้องการความช่วยเหลือ และเขายังใช้สถานะความเป็นผู้นำ กระตุ้นให้คนอื่นซึ่งมีกำลังความสามารถ ทำในสิ่งเดียวกันกับเขา

เทพเจ้าแห่งโอมาฮาได้ให้บทเรียนกับเราหลายประการตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ณ วันนี้ ขณะอายุ 81 ปี เขาได้ย้ำเตือนเราว่า ชีวิตมีใช่เพียงการ “ค้นหาคุณค่า” เท่านั้น แต่ยังมี “คุณค่า” ที่เราต้องยืนหยัดเพื่อมันอีกด้วย

[ข้อเขียนนี้ เป็นของ บารัค โอบามา เขียนเพื่อสดุดีวอร์เรน บัฟเฟตต์ ในโอกาสที่นิตยสาร TIME ยกย่องบัฟเฟตต์เป็น 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลของโลก สั้นๆ ง่ายๆ แต่มีความหมายลึกซึ้ง เป็นผมจึงแปลเป็นไทยไว้ให้ได้อ่านกันครับ]

อ่านเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษได้ที่ http://www.time.com/time/specials/packages/article/0,28804,2111975_2111976_2112005,00.html

บัฟเฟตต์เป็นมะเร็ง

วอร์เรน บัฟเฟตต์ ออกมาแถลงต่อสาธารณะเมื่อวานนี้ (18 เม.ย.) ว่า เขาถูกตรวจพบว่าเป็น “มะเร็งต่อมลูกหมากระยะแรก”

หลังจากทำ CAT Scan และ Bone Scan รวมทั้งทำ MRI บัฟเฟตต์จึงออกมาแถลงดังกล่าว ทั้งๆ ที่เพิ่งตรวจพบไม่ถึงสัปดาห์ (ตรวจเจอเมื่อวันพุธก่อนหน้า)

บัฟเฟตต์อ้างคำพูดหมอว่า อาการของเขา “อยู่ห่างไกลจากการเป็นภัยคุกคามต่อชีวิต และไม่ได้ทำให้ร่างกายทรุดโทรมอย่างมีนัยยะสำคัญเสียด้วยซ้ำ”

และในการทดสอบครั้งล่าสุด ก็ไม่พบมะเร็ง ณ จุดอื่นของร่างกาย นอกจากนี้ ปู่บัฟฟ์ยังบอกอีกว่า เขายังรู้สึกแข็งแรงดีทุกประการ โดยเรี่ยวแรงในตัวไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลย

ที่สำคัญ ปู่ได้ให้คำมั่นสัญญาด้วยว่า จะบอกให้ผู้ถือหุ้นทราบ “ทันที” หากมีอะไรเปลี่ยนแปลงกับสุขภาพของเขา

“แน่นอน สักวันต้องเกิดขึ้น แต่ผมเชื่อว่าคงอีกนานกว่าจะถึงวันนั้น” บัฟฟ์กล่าว

ทั้งนี้ บัฟเฟตต์เคยพูดไว้ในปี 2009 ว่า สักวันถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้าย เขาจะประกาศต่อสาธารณชนให้เร็วที่สุด และเมื่อมันเกิดขึ้นในวันนี้ ปู่ก็ได้ทำตามที่เคยลั่นวาจาไว้ทุกประการ โดยไม่แคร์ว่าหุ้น Berkshire จะถูกกระทบ

เป็นความโปร่งใสที่ทำได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงร้ายๆ ของชีวิต ขอน้อมคารวะจากใจจริงครับ

(เรียบเรียงข้อมูลจาก CNBC.com และ Bloomberg.com)

 

ROBINS

 

บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน)

ประกอบธุรกิจห้างสรรพสินค้าในนาม “โรบินสัน” เป็นห้างฯ เก่าแก่ของคนไทย ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2523 และเป็นห้างสรรพสินค้าแรกของประเทศไทยที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2535 ในปี 2554 ROBINS มีสาขาเปิดให้บริการ 25 สาขา แบ่งเป็นสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 9 สาขา ต่างจังหวัด 16 สาขา

V-Strength

แม้จะไม่ใช่ห้างฯชั้นนำระดับเซ็นทรัลหรือเดอะมอลล์ แต่โรบินสันก็เป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจของผู้บริโภคเสมอมา โดยเฉพาะลูกค้าระดับกลางลงไป  บริษัทฯเคยประสบปัญหาทางการเงินในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่ก็ได้ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการจนเป็นที่เรียบร้อย การมีกลุ่มเซ็นทรัลถือหุ้นใหญ่ ทำให้มั่นใจได้ว่าโรบินสันมีความแข็งแกร่งพอที่จะผ่านพ้นอุปสรรคใดๆ อันอาจเกิดขึ้นอีกได้ในอนาคต นอกจากนี้ ROBINS ได้ทำการปรับลุคให้ทันสมัย เป็นไปตามเทรนด์ใหม่มากขึ้น

ค่าทดสอบ 86 เต็ม 100

V-Growth

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ROBINS มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2554 บริษัทฯ ได้เปิด 3 สาขาใหม่ คือ เชียงราย พิษณุโลก และพระราม 9 โดยเฉพาะสาขาพระราม 9 ที่ลงทุนร่วมกับ CPN และตั้งใจให้เป็น Flagship แห่งใหม่ แทนสาขารัชดาที่สัญญาเช่ากำลังจะหมด แม้รายได้และกำไรของ ROBINS จะมีความไม่สม่ำเสมออยู่บ้างเมื่อมองย้อนหลังไป 5 ปี แต่ศักยภาพในการเติบโตต่อไปต้องถือว่าสดใสพอสมควร

ค่าทดสอบ 81 เต็ม 100

V-Management

ผู้บริหารของ ROBINS มีประสบการณ์และความชำนาญ โดยส่วนหนึ่งเคยบริหารห้างอื่นมาก่อน อย่างไรก็ตาม การที่โรบินสันทำธุรกิจเดียวกับเซ็นทรัล ทั้งยังมีกรรมการหลายคนมาจากตระกูลจิราธิวัฒน์ซึ่งก็เป็นผู้บริหารของเครือเซ็นทรัล เรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนจึงหลีกเลี่ยงได้ยาก

ค่าทดสอบ 73 เต็ม 100

V-Potential

ณ วันที่ 4 เม.ย. ราคาของ ROBINS อยู่ที่ 50.50 บาท PE 38.6 Dividend Yield 2.6% CAGR 3 ปี อยู่ที่ 25.25%

ค่าทดสอบ 23.4 เต็ม 100