“99 ต่อ 1” ปู่เลือกอะไร?!!

 

200px-Warren_Buffett_KU_Visit

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

วอร์เรน บัฟเฟตต์ บอกว่า ในชีวิตการลงทุนของเขานั้น เขาทำผิดพลาดมามากมาย หนึ่งในจำนวนนั้นคือการไม่คว้าโอกาสดีๆ ที่ผ่านเข้ามา

ปู่บอกว่า หากเป็นโอกาสในการลงทุนที่อยู่นอก “ขอบข่ายแห่งความชำนาญ” ของแก แม้จะไม่ได้คว้าไว้ แกก็ไม่ถือว่านั่นคือความผิดพลาด เพราะตัวแกยึดมั่นที่จะไม่ลงทุนในสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจ

ด้วยเหตุนี้ ปู่จึงไม่เคยเสียดายที่ไม่ได้ซื้อหุ้น “แอปเปิ้ล” หรือ “ไมโครซอฟท์” ไม่ว่ามันจะดีขนาดไหน

อย่างไรก็ตาม ปู่บอกว่า มีหลายครั้งหลายหน ที่แกพลาดโอกาสงามๆ ซึ่งใส่พานมาให้ตรงหน้า ทั้งๆ ที่นั่นเป็นธุรกิจที่แกมีความเข้าใจแจ่มแจ้งดีอยู่แล้ว

พวกนี้แหละที่ปู่ยอมรับว่า “พลาด” ไปจริงๆ

ที่น่าสนใจก็คือ ปู่เล่าว่า บางครั้งที่แกปฏิเสธไม่ลงทุน ไม่ใช่เพราะคิดว่าผลตอบแทนจะไม่ดี และไม่ใช่เพราะไม่มีความเข้าใจในตัวธุรกิจ แต่เป็นเพราะแกไม่อยาก “กู้เงิน” มากเกินไป

ปู่บอกว่า บริษัทเบิร์คเชียร์ของแก ยึดมั่นอยู่กับนโยบายการเงินแบบ “อนุรักษ์นิยม” แม้ว่าโอกาสในการลงทุนบางอย่าง หากยอมกู้เงินมากหน่อย ก็มีโอกาสถึง 99% ที่จะได้รับผลตอบแทนอันงดงาม

แต่หาก 1% ที่เหลือนั้น อาจทำให้เบิร์คเชียร์ต้องผิดนัดชำระหนี้ หรือถึงกับล้มละลาย แกจะไม่มีวันลงทุนเป็นอันขาด!!

การปฏิเสธการลงทุนที่มีโอกาสประสบความสำเร็จถึง “99 ต่อ 1” แม้หลายคนจะมองว่านั่นคือข้อผิดพลาด แต่ปู่ยืนยันว่า นี่แหละคือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และทำให้บริษัทของแกอยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้

นโยบายทางการเงินของเบิร์คเชียร์ ทำให้ผมนึกถึงหลัก “บ่วงอิก” ของเจ้าสัว “ไกรสร จันสิริ” แห่งบริษัท ไทย ยูเนียน โฟรเซ่น ที่เคยอ่านเจอจากนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ คอลัมน์ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจของคุณหนุ่มเมืองจันท์ เมื่อหลายปีก่อน

“บ่วง” แปลว่า “หมื่น” , “อิก” แปลว่า “หนึ่ง”

คุณไกรสรบอกว่า เวลาจะทำธุรกิจอะไร แม้โอกาสประสบความสำเร็จเทียบกับโอกาสล้มเหลว จะต่างกันถึง “10,000 ต่อ 1” หรือพูดอีกอย่างคือ โอกาสประสบความสำเร็จมีถึง 99.99% โอกาสล้มเหลวมีแค่ 0.01% แต่หาก “1” ที่ว่านั้น มีผลถึงขนาดทำให้บริษัทล้มหายตายจากไป แกก็จะไม่ทำ

ด้วยปรัชญานี้เอง ทำให้ TUF อยู่รอดปลอดภัย ฝ่าวิกฤตต่างๆ รวมทั้งวิกฤตต้มยำกุ้ง มาจนถึงทุกวันนี้ได้

เห็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก คิดตรงกับหนึ่งในนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประเทศไทย จึงอดไม่ได้ที่จะเอามาเล่าสู่กันฟัง

เพราะนี่คือบทเรียนที่สอนนักลงทุนอย่างเราๆ ว่า โอกาสดีๆ ต้องคว้าไว้ แต่ยังไงๆ ต้อง “ไม่ยอมเจ๊ง” 

สิ่งนี้สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดครับ!!

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s