สรุปความมหัศจรรย์แห่ง ARK Invest

เรียบเรียงโดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

นาทีนี้ คนในแวดวงการลงทุนทั่วโลก คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อ ARK Invest บริษัทลงทุนของ เคธี วูด จากผลงานสุดมหัศจรรย์ที่สร้างผลตอบแทน 170% เมื่อปีที่แล้ว 

ผมสรุปออกมาเป็นข้อๆ ให้อ่านกันง่ายๆ นะครับ

1. ARK Invest หรือชื่อเต็มคือ ARK Investment LLC ก่อตั้งเมื่อปี 2014 โดย เคธี่ วู้ด นักเศรษฐศาสตร์และนักการเงิน 

2. เคธีเคยดำรงตำแหน่งเป็น CIO ของ AllianceBernstein ก่อนจะลาออกมาตั้งกองทุนของตัวเอง โดยเธอได้ไอเดียเกี่ยวกับการทำ ETF ด้านเทคโนโลยีล้ำยุคระหว่างบริหารกองทุนให้ AllianceBernstein นี้เอง

3. ชื่อ ARK ย่อมาจาก Active Research Knowledge แปลเป็นไทยว่า  “ความรู้จากการค้นคว้าวิจัยอย่างแอ็คทีฟ” 

4. สไตล์การลงทุนอันเป็นเอกลักษณ์ของ ARK Invest คือจะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่เข้ามาดิสรัปโลก (disruptive technology) และเข้าลงทุนในบริษัทเหล่านั้น

5. ล่าสุดในปี 2021 Bloomberg ยกให้ ARK Invest เป็นหนึ่งใน “ท็อปเทน” ของผู้ออกหน่วยลงทุน (issuer) แห่งอุตสาหกรรม ETF ทั่วโลก จากกระแสความนิยมที่นักลงทุนมีต่อกองทุนของบริษัท 

6. 12 เดือนที่ผ่านมา (12 ก.พ. 2020 – 12 ก.พ. 2021) ARK Inovation ETF (ARKK) กองทุนสุดฮ็อตของ ARK Investment ทำผลตอบแทนได้ 168% และทำให้ NAV จาก 58.33 เหรียญ กลายเป็น 156.58 เหรียญ 

7. “หุ้นพระเอก” ในพอร์ตของ ARKK หนีไม่พ้น Tesla ที่เคธีกล้าเดิมพันด้วยแบบเต็มๆ และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

8. ด้วยผลงานอันน่าอัศจรรย์นี้ ทำให้ ARK Innovation กลายเป็น  ETF ที่ใช้คนเลือกหุ้น (actively-managed ETF) ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก แซงหน้า ETF ของ JP Morgan สถาบันการเงินเก่าแก่ไปได้เป็นที่เรียบร้อย

9. หลายคนอาจคิดว่า เคธี แค่ฟลุ๊ค และกองทุนของเธอเพิ่งมาวิ่งกระฉูดจากกระแส new normal แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย 

หากตรวจสอบย้อนหลังไปจะพบว่า ARK Innovation (ARKK) กองทุนหลักที่เธอบริหาร ทำผลตอบแทนเฉลี่ยทบต้นระหว่างปี 2014 ถึง 2021 ได้ถึง 39% ต่อปี เหนือกว่า S&P 500 สามเท่า ** ตั้งแต่ยังไม่มีกระแส disruption เหมือนทุกวันนี้

10. เงิน 10,000 เหรียญ (300,000 บาท) ที่ลงทุนกับ ARKK ในวันที่ 12 ก.พ. 2020 ก่อนโควิดระบาดในสหรัฐฯ หรือเมื่อหนึ่งปีก่อนหน้านี้ จะกลายเป็น 26,800 เหรียญ (804,000 บาท) ในวันที่ 12 ก.พ. 2021  

11. ปัจจุบัน กองทุนภายใต้การบริหารของ Ark Invest มีมูลค่าร่วม 30,000 ล้านเหรียญ 

12. ล่าสุด ARK Invest ของเคธี เพิ่งยื่นจด ETF ใหม่กับ กลต. ชื่อ ARK Space Exploration ETF (ARKX) เน้นบริษัทที่ทำธุรกิจสำรวจอวกาศและนวัตกรรมอวกาศ เรียกได้ว่าหัวก้าวหน้าสุดๆ จริงๆ 

ภาพประกอบจาก ARK Investment LLC. ข้อมูลประกอบจาก ARK Investment LLC., CNBC และ Wikipedia

สรุปบทสัมภาษณ์ ผู้จัดการกองทุนแชมป์โลก พูดถึง เมืองไทย บิตคอยท์ และทำนายผู้ชนะในตลาด EV

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

ผมสรุปบทสัมภาษณ์ เคธี่ วูด ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Ark Investment ที่ให้สัมภาษณ์ Yahoo! Finance เมื่อ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา

สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักเคธี่ เธอคือคนที่กล้าเดิมพันสุดๆกับ Tesla และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยบริษัท Ark Investment ของเธอ เป็นผู้บริหาร ETF แบบ actively-managed ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งยังถูก Bloomberg ยกให้เป็น Top 10 ในอุตสาหกรรม ETF นอกจากนี้ กองทุน Ark Innovation ของเธอยังเป็นแชมป์โลกในปี 2020 โดยทำผลตอบแทนได้ถึง 170%

เรียกได้ว่าเป็น fund manager ที่มาแรงที่สุดในโลกเวลานี้ ชนิดที่พูดอะไรคนทั่วโลกก็ต้องฟัง

เธอพูดถึง EV , bitcoin และอื่นๆ ไว้ดังนี้ครับ

  • ตลาด EV จะโตมหาศาล จาก 2.2 ล้านคันในปี 2020 เป็น 40 ล้านคันในปี 2025 ดังนั้น เงินทุนมากมายจะหลั่งไหลเข้ามาสนับสนุน EV  
  • เคธี่มองว่าในอเมริกา Tesla จะเป็นผู้นำแน่ๆ และแม้แต่เมืองจีนตอนนี้ Tesla ก็เป็นผู้นำ แต่ในจีนมีบริษัทอื่นๆ ด้วยที่ทำได้ดี 
  • เช่น NIO บริษัท EV ซึ่งไม่ใช้แบตเตอรี่รีชาร์จ แต่ใช้การเปลี่ยนแบตใหม่ ก็เป็นบริษัทที่น่าสนใจ แต่กองทุนของเธอไม่มีหุ้น, Xpeng ที่มาแนวเดียวกับ Tesla ก็มาแรงมากแต่เธอก็ไม่มีหุ้นเช่นกัน
  • BYD บริษัทที่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ถือหุ้นมานานแล้ว ซึ่งทำทั้งรถและแบตเตอรี่ ก็ทำผลงานได้ดีมาตลอดและเธอมีหุ้นอยู่ด้วย รวมทั้ง Geely บริษัทที่ซื้อ Volvo ก็ทำได้ดีและเธอก็มีหุ้น
  • จีนจะเป็นตัวตัดสินว่า The Next Big Winner คือใคร
  • แต่ถ้าให้เลือกบริษัทจีนมาหนึ่งเดียวที่เธอเชื่อมั่นที่สุดว่าจะเป็นผู้ชนะในธุรกิจ EV เธอเลือก “Baidu” บริษัทซึ่งธุรกิจเสิร์ชเอ็นจิ้นกำลังแย่ แต่ได้หันมาทำรถยนต์ขับเคลื่อนเองอย่างจริงจัง และรัฐบาลจีนจะใช้ Baidu เป็นแพลตฟอร์มรถยนต์ขับเคลื่อนเองของประเทศ 
  • นอกจากนี้ ยังมี Auto X อดีตบริษัทที่เน้นทำรถบรรทุก แต่ตอนนี้เพิ่งได้รับใบอนุญาตให้ทำรถยนต์ขับเคลื่อนเองในแคลิฟอร์เนีย ที่ก็น่าสนใจ 
  • เคธี่มองว่านักลงทุนสถาบันเริ่มเข้าลงทุนใน bitcoin ซึ่งเป็นบล็อกเชนที่ชัวร์ที่สุดมากขึ้นเรื่อยๆ และ bitcoin ก็เป็นการกระจายความเสี่ยงอย่างหนึ่งของพวกสถาบัน โดยปัจจุบัน bitcoin เริ่มผ่านเรื่องกฏระเบียบได้มากขึ้นแล้ว
  • เคธี่เชื่อว่า bitcoin กำลังจะพร้อมให้สถาบันเข้าลงทุน แต่ market cap ยังเล็กมากแค่ 600,000 ล้านเหรียญ ไม่ได้ครึ่งของบริษัทอย่าง Apple หรือ Amazon ทั้งที่เป็น big idea กว่าบริษัทเหล่านั้นเยอะ
  • ทั้งนี้เพราะ bitcoin เป็นอัตราแลกเปลี่ยนดิจิทัลที่ใช้กันทั่วโลกอย่างแท้จริง แถมยัง decentralized สุดๆ ไม่ได้มีการรวมศูนย์อยู่ที่เดียว แม้จะเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมามันก็จะไม่ล่ม
  • การที่ทางการจีนไม่ยอมให้มีการแลกเปลี่ยน bitcoin กัน คนจึงมาซื้อขายกันในเมืองไทย ญี่ปุ่น และเกาหลี เพราะคนไม่อยากพลาด the next big thing นี้