เมื่อ Tencent ปฏิเสธ “แม็คโดนัลด์จีน”

mcdonald

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

สำหรับธุรกิจที่ขยายขนาดกลายเป็น “conglomerate” หรือเครือบรรษัทยักษ์ใหญ่แล้วนั้น การเข้าซื้อ-ควบรวมกิจการแต่ละครั้ง ต้องทำอย่างระมัดระวัง โดยต้องให้สอดคล้องกับ “ภาพใหญ่” ของธุรกิจ มิให้หลุดไปจากตัวตนของตนเอง

เคสต่อไปนี้ ผมอ่านเจอใน นสพ.  Financial TImes เป็นบทความของ Henny Sender เห็นว่าน่าสนใจไม่น้อย จึงอยากเอามาเล่าต่อ

เรื่องของเรื่องก็คือ Tencent บริษัทไฮเทคจากแผ่นดินมังกร เจ้าของแอพ WeChat ที่เป็นเสมือนทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตชาวจีนเวลานี้ เพิ่งได้รับข้อเสนอให้เข้าซื้อหุ้น “แม็คโดนัลด์จีน” (เป็นบริษัทที่ทำแฟรนไชส์ ไม่ใช่บริษัทแม่) จากกลุ่มคาร์ไลล์-ซิตี้กรุ๊ป สองกลุ่มบริษัทลงทุนซึ่งเพิ่งรวมพลังกันเข้าซื้อแม็คจีนมาหมาดๆ

ข้อเสนอดังกล่าว ดูๆ ไปแล้วก็น่าสนใจสำหรับ Tencent เพราะจะทำให้ลูกค้าแม็คโดนัลด์ในจีน 2,740 สาขา หันมาใช้ WeChat Pay ของ Tencent จ่ายซื้อเบอร์เกอร์ได้ เหมือนที่บริษัท Ant ในเครืออาลีบาบาเข้าซื้อหุ้น KFC จีน ช่วยดึงคนชอบกินไก่ให้จ่ายเงินผ่าน Alipay กระเป๋าตังค์ออนไลน์ในสังกัด แจ็ค หม่า มากขึ้นกว่าเดิม

ปรากฏว่า โทนี่ หม่า ผู้ก่อตั้ง Tencent ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว เพราะไม่อยากถูกมองว่าไปท้ารบแบบเกะกะระรานกับอาลีบาบาในสิ่งที่ไม่จำเป็น เนื่องจากในช่วงหลังๆ ทั้งสองค่ายยักษ์ใหญ่ถูกมองว่าเป็นเสือกับสิงห์ (ไม่ใช่สิงห์กับช้าง) ที่ต้องทำสงครามกันเลือดเดือดไปทุกสมรภูมิ 

(และจะว่าไป การซื้อ KFC แม้จะเป็นดีลที่ colorful มากสำหรับอาลีบาบา แต่ก็แทบไม่ได้มีสาระสำคัญต่อตัวธุรกิจ)tencent-logo

นโยบายของ Tencent ช่วงหลังๆ จึงชัดมาก คือจะหลีกเลี่ยงสงครามที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับสมรภูมิรบในจีน

อย่างไรก็ตาม หากเป็นเรื่อง “ธุรกิจหลัก” บริษัทก็พร้อมจะ “สู้” อย่างไม่เกรงกลัว

โดยก่อนหน้านี้ Tencent เพิ่งร่วมกับ JD.com ผู้ค้าปลีกออนไลน์ซึ่งเป็นคู่แข่งเบอร์ใหญ่ของอาลีบาบาเข้าซื้อ Vipshop รีเทลออนไลน์สำคัญอีกรายหนึ่ง โดยลงทุนรวมกันเป็นเงิน 863 ล้านเหรียญ เข้าเก็บหุ้น 12.5 เปอร์เซ็นต์

จะเห็นได้ว่า Tencent เลือกเดินหมากที่เป็น strategic move คือเข้าลงทุนในธุรกิจที่มาเพิ่มยอดการชำระเงินผ่าน WeChatPay และเป็นการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ  e-commerce ขึ้นไปท้าทายอาลีบาบาที่เป็นผู้ครองบัลลังก์อยู่ และอีกทางหนึ่ง ก็เพื่อ diversify จากธุรกิจเกมออนไลน์ที่บริษัทครองตลาดแต่เพียงผู้เดียว ไปสู่อย่างอื่นๆ ที่ยั่งยืนกว่าด้วย

โดยสรุป การเดินหมากทางธุรกิจที่ชาญฉลาดนั้น ต้องเลือกเดินอย่างมีกลยุทธ์ ทำในสิ่งที่ช่วยเสริม “ภาพใหญ่” และเป็นประโยชน์แก่ธุรกิจหลักจริงๆ ไม่ใช่เปะปะท้ารบไปทั่ว

ซึ่งนอกจากจะเสียเงินเสียทองแล้ว ยังเสียสมาธิกับการแข่งขัน ไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย

—————————-

ข้อมูลประกอบ – Financial Times 21 December 2017 , Inside Business Technology by Henny Sender

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s