ความหมายที่แท้จริงของคำว่า “Mindset”

mindset-image-hilo

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เพิ่งตั้งกลุ่ม คลับ วีไอ และเริ่มต้นทำบล็อก ClubVI.com ใหม่ๆ เนื้อหาแรกๆ ที่ผมเขียนไว้ในบล็อก คือการอธิบายถึงคนที่จะเป็น “วีไอพันธุ์แท้” ว่าต้องมีลักษณะเช่นไร

ผมบอกว่า สิ่งสำคัญที่จะทำให้คนๆ หนึ่ง เป็นนักลงทุนเน้นมูลค่าที่แท้จริงได้นั้น คือต้องมี “Mindset” ที่ถูกต้อง

ในเวลานั้น ผมยังไม่เคยเห็นใครอธิบายคำว่า Mindset ในการลงทุนมาก่อน จึงได้เขียนเรื่องนี้เอาไว้

ผมให้ความหมายไว้ว่า Mindset คือ ความคิดจิตใจที่เชื่อในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และตั้งมั่นอยู่เช่นนั้น ความคิดความเชื่อที่แน่วแน่นี้เอง จะส่งผลต่อพฤติกรรม การใช้ชีวิต และการมองโลกของคนๆ นั้นด้วย

ทั้งนี้ ผมไม่สามารถหาคำแปลภาษาไทยสำหรับคำว่า “Mindset” ได้ จึงเขียนทับศัพท์มาโดยตลอด

คนที่มี Mindset แบบ “วีไอ” จะมีจิตใจที่ใฝ่หา “มูลค่า” โดยในเรื่องของการลงทุน พวกเขาจะมุ่งหาหุ้นที่มองแล้วว่ามี “มูลค่า” หลบซ่อนอยู่ เป็นหุ้นที่ “คุ้มค่า” ที่จะเข้าไปซื้อ

พูดง่ายๆ คือ “มูลค่าของหุ้น” สูงกว่า “ราคาหุ้น” ที่ขายอยู่ในขณะนั้น

ไม่ใช่เพียงเรื่องของการลงทุนเท่านั้น ผู้ที่มี Mindset แบบวีไอ จะใช้ชีวิตโดยมุ่งหาความคุ้มค่าอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของ การไปเที่ยว การซื้อรถ ซื้อบ้าน ฯลฯ (ข้อนี้คนที่อยู่ในวงการวีไอรู้กันดี เป็นเหมือนกันหมด ตั้งแต่ “รุ่นเดอะ” จนถึง “รุ่นเด็ก”…อิอิ)

อาจกล่าวได้ว่า การหามูลค่าที่ซ่อนอยู่ ถือเป็นเกมๆ หนึ่งที่เหล่าวีไอมุ่งจะเอาชนะอยู่เสมอ

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงไม่เชื่อในความเป็น “วีไอพันธุ์ผสม” เพราะผมคิดว่า “วีไอพันธุ์แท้” มันต้องมาจาก “ข้างใน” แล้วมันก็จะทำทุกอย่างสอดคล้องกับไอ้สิ่งที่มาจากข้างในนั้น ไม่ใช่ไอ้โน่นบ้าง ไอ้นี่บ้าง ผสมปนเปกัน จนหาตัวตนที่แท้จริงไม่ได้

นั่นเป็นประเด็นที่เคยถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนมาแล้วในอดีต ซึ่งผมไม่ขอหยิบยกมาพูดซ้ำอีกในที่นี้

ประเด็นที่ผมอยากทำให้ชัดเจน ณ เวลานี้ คือ ความหมายที่ถูกต้อง ของคำว่า “Mindset

ผมลองค้นความหมายในเว็บไซต์วิชาการหลายเว็บไซต์ พบว่า คำว่า Mindset หมายถึง ชุดของสมมุติฐาน ความเชื่อ วิธีการ ที่คนๆ หนึ่ง หรือคนกลุ่มหนึ่งสร้างขึ้นมา โดยมีความ “ฝังลึก” จนส่งผลต่อพฤติกรรมของคนๆ นั้นหรือคนกลุ่มนั้น

(ในวิกิพีเดียระบุว่า บ้างก็ใช้คำว่า “ความคิดแบบกลุ่ม” (Groupthink) หรือ “กระบวนทัศน์” (Paradigm) แทนคำว่า Mindset)

จะเห็นได้ว่า คำว่า Mindset ไม่มี “สูง” หรือ “ต่ำ” หากจะมีก็คือ “ความแตกต่าง” โดยไม่ได้แปลว่า คิดอย่างนี้ “Mindset สูง” คิดอย่างนี้ “Mindset ต่ำ” แต่อย่างใดทั้งสิ้น

ดังนั้น ใครที่บอกว่า คนที่เข้าสัมมนาฟรีมี “Mindset ต่ำ” ผมจึงคิดว่าเขาน่าจะเข้าใจคำว่า Mindset คลาดเคลื่อนไปเองเสียมากกว่า

ตามความเข้าใจของผม เขาน่าจะหมายถึง “ระดับความมุ่งมั่น” ของคนที่เข้าฟังสัมมนา โดยพยายามบอกว่า คนที่ฟังสัมมนาฟรี มีความมุ่งมั่นตั้งใจน้อยกว่าคนที่จ่ายเงินแพงๆ ไปเข้าสัมมนา

ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ไม่เห็นด้วยอยู่นั่นเอง เพราะผมไม่เชื่อว่าคนที่แย่งกันจองคิวเพื่อไปฟัง ดร.นิเวศน์ พูดที่ห้องประชุมสังเวียนฯ หรือฟังสัมมนาฟรีที่วีไอรุ่นพี่ๆ หรือสมาคมวีไอจัด จะมีความมุ่งมั่นน้อยกว่าคนที่จ่ายเงินเป็นแสนๆ ให้กับหลักสูตรบ้าบอ เพื่อหวังจะรวยทางลัด

… ตรรกะนี้จึงใช้ไม่ได้ในสายตาของผม

โดยสรุป ผมมองว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่าการที่ผู้พูด “พลาด” ไปใช้คำ “ภาษาอังกฤษ” โดยอาจไม่ได้มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ แทนที่จะใช้คำไทยธรรมดาๆ ที่อาจฟังดูไม่เท่ แต่สื่อความหมายได้ตรงกว่าเยอะ

เมื่อบวกกับ “ความเชื่อมั่นในตัวเองอย่างเต็มที่” ที่แสดงออกมา จึงพาให้ได้รับ “ก้อนอิฐ” กลับบ้านไปเป็นกระบุงโกย

เรื่องมันก็เป็นเช่นนั้นเองครับ

ตำนาน “คุณนายบี” แห่ง เนบราสก้า เฟอร์นิเจอร์ มาร์ท “ขยันจนวันสิ้นลมหายใจ”

nfm2โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

ยังคงแปลหนังสือ Berkshire Beyond Buffett อย่างสนุกสนานครับ

ธุรกิจในเครือเบิร์คเชียร์ที่ผมอ่านเรื่องราวและประทับใจที่สุด นอกจาก ซีส์แคนดีส์ ก็คือ เนบราสก้า เฟอร์นิเจอร์ มาร์ท หรือ NFM เครือร้านเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังแห่งรัฐเนบราสก้า อยู่ในเมืองโอมาฮา บ้านเกิดของบัฟเฟตต์

ธุรกิจนี้ก่อตั้งโดย มิสซิสบลัมกิน หรือ คุณนายบี แกเป็นคนเบลารุสที่อพยพมาอยู่อเมริกาในช่วงปฏิวัติรัสเซีย แกเริ่มเปิดร้านเฟอร์นิเจอร์ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นมีร้านใหญ่ๆ อยู่หลายร้าน แต่ร้านของแกขายดี เพราะเน้น “ขายถูก”

คำขวัญของคุณนายบีคือ “ขายถูก พูดความจริง และอย่าโกงใคร” จนชาวเมืองรู้กันทั่ว แต่แล้วคู่แข่งกลับไปฟ้องศาลว่าการดัมพ์ราคาแบบนี้ผิดกฏหมาย ทว่าศาลก็ยกฟ้อง เพราะแกพิสูจน์ได้ว่า “ฉันขายถูก แต่ฉันก็ยังมีกำไร ก็พวกเธอขายแพงกว่าทำไมล่ะ!!”

มีเรื่องเล่าขำขำว่า พอออกจากศาล แกยังขายพรมให้ผู้พิพากษา ได้เงินกลับบ้านอีก 1,400 เหรียญ

NFM ขายกิจการให้เบิร์คเชียร์เป็นเงิน 60 ล้านเหรียญ เพราะชอบที่บัฟเฟตต์ไม่เข้ามาก้าวก่ายการบริหารงาน และไม่ขายธุรกิจทิ้ง โดยหลังจากซื้อขายกันเรียบร้อยแล้ว มีนักบัญชีมาประเมินทรัพย์สินของบริษัท พบว่ามีมูลค่ารวมตั้ง 85 ล้านเหรียญ

พูดง่ายๆ คือ เอาแค่สินทรัพย์ที่จับต้องได้ ปู่ก็กำไรไปแล้ว 25 ล้านเหรียญ

คุณนายบีทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตตั้งแต่สาวยันแก่ พออายุเก้าสิบหก หลานๆ ของแกซึ่งตอนนั้นอายุหกสิบกว่า อยากให้ย่าเกษียณอายุได้แล้วเพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่ขึ้นมาบริหาร แต่แกก็ไม่ยอม แกโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ถึงขนาดไปเปิดร้านใหม่อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน แข่งกับหลานของตัวเอง

สุดท้ายต้องให้ปู่บัฟฟ์เราเป็นตัวกลางลงมาหย่าศึก โดยเบิร์คเชียร์เข้าซื้อร้านเฟอร์นิเจอร์ใหม่ของคุณนายบี และรวมกิจการเข้ากับ NFM

คุณนายบีทำงานจนถึงวันสิ้นลมหายใจในวัย 104 ปี เป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่ทำงานอย่างซื่อสัตย์และขยันขันแข็งจนประสบความสำเร็จ และนี่แหล่ะคือธุรกิจในอุดมคติของเบิร์คเชียร์อย่างแท้จริง

รออ่านฉบับเต็มปลายปีนะครับ

#BerkshireBeyondBuffett

[ภาพโลโก้ NFM จาก wikipedia]

หลักสูตร ประเมินมูลค่าหุ้น รุ่น ๔ รับสมัครแล้ว (ขออภัยเต็มแล้ว)

VI202.4

VI 202: ประเมินมูลค่าหุ้น – รุ่นที่ 4

ระดับ: กลาง

วันเสาร์ที่ 28 และ อาทิตย์ที่ 29 มี.ค. 2558 (2 วัน) เวลา 9.00-16.30 น.

ราคา 6,800 บาท 

รายละเอียด : หลักสูตรยอดนิยมของ Club VI เหมาะสำหรับผู้ที่อยากประเมินมูลค่าหุ้นเป็น ให้ท่านศึกษาวิธีประเมินมูลค่าหุ้นหลากหลายวิธี ทั้งแบบ อัตราส่วน และแบบ คิดลด โดยเฉพาะวิธี DCF หรือการ “คิดลดกระแสเงินสด” เคล็ดวิชาขั้นสูงที่วีไอระดับโลกหลายคน รวมทั้งวอร์เรน บัฟเฟตต์ ใช้ในการประเมินมูลค่ากิจการ ปิดท้ายด้วยการร่วมกันหามูลค่าของบริษัทจริงในตลาดหลักทรัพย์

เนื้อหาส่วนหนึ่งมีดังต่อไปนี้

  • ทำความเข้าใจมูลค่าและการหามูลค่าของกิจการ
  • การประเมินมูลค่าหุ้นแบบอัตราส่วน ได้แก่ วิธี P/E, P/BV, PEG และ EV/EBITDA เนื้อหาครอบคลุมความรู้และรายละเอียดเชิงลึกที่นักลงทุนจำนวนมากไม่เคยรู้
  • ศึกษาการประเมินมูลค่าหุ้นแบบอัตราส่วน จากกรณีศึกษาระดับประเทศที่ทุกคนรู้จัก
  • หลักการ “คิดลด” (Discounting) และการหา “อัตราคิดลด” (Discount Rate)
  • การประเมินมูลค่าหุ้นแบบคิดลด ได้แก่ DDM หรือ การคิดลดเงินปันผล, RI หรือ Residual Income และ DCF หรือ การคิดลดกระแสเงินสด
  • ร่วมกันหามูลค่ากิจการโดยใช้ทุกวิธีข้างต้นรวมทั้งวิธี DCF ออกมาเป็นตัวเลข โดยใช้ตัวอย่างเป็นบริษัทจริงในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นี่คือหลักสูตรที่สอนประเมินมูลค่าหุ้นอย่างเข้าใจง่ายที่สุด เน้นให้ท่านหามูลค่าหุ้นเองเป็น เลือกหุ้นลงทุนได้

1455117_851799334872095_9067969974792774210_n

ทั้งสองหลักสูตร  จัดที่โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพ (5 ดาว) ติด MRT ห้วยขวาง โดยผู้เข้าสัมมนาจะได้รับเอกสารประกอบการเรียน 1 ชุด และรับประทานอาหารกลางวันแบบ International Buffet ที่โรงแรม พร้อม Coffee Break เช้า-บ่าย

เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่ท่านสะดวก ดังต่อไปนี้(หากเป็นไปได้ กรุณาโอนเป็นเศษสตางค์ เพื่อความสะดวกในการตรวจเช็ค)     
  • ธนาคารกรุงเทพ (BBL) บัญชีสะสมทรัพย์ เลขที่: 066-7-05774-9  ชื่อบัญชี: บริษัท คลับ วีไอ จำกัด สาขา คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC)       
  • ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) บัญชีออมทรัพย์ เลขที่: 996-2-06200-5 ชื่อบัญชี: บริษัท คลับ วีไอ จำกัด สาขา คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC)
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บัญชีออมทรัพย์ เลขที่: 404-486287-4 ชื่อบัญชี: บริษัท คลับ วีไอ จำกัด สาขา คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC)
  1. เมื่อโอนเงินแล้ว กรุณาถ่ายรูปหรือสแกนสลิป หรือ Cap หน้าจอกรณีโอนออนไลน์ แล้วอีเมล์มาที่ clubvidotcom@gmail.com หรือแฟกซ์มาที่ 02-938-3339 โดยระบุรายละเอียด 1) ชื่อ-นามสกุล 2) เบอร์โทรศัพท์ 3) หลักสูตรที่ต้องการเรียนพร้อมจำนวนเงินที่โอน เช่น สมัครหลักสูตร VI 202 โอนแล้ว 6,800.XX บาท
  1. รออีเมล์ตอบกลับจากทีมงานเพื่อยืนยันการสมัคร

หมายเหตุ

  • การสมัครของท่านจะเสร็จสมบูรณ์ เมื่อท่านได้รับอีเมล์ยืนยันจากทีมงาน
  • เมื่อท่านชำระเงินแล้ว ทาง Club VI ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงิน (ยกเว้นกรณีที่เต็ม) แต่หากมาไม่ได้จริงๆ ท่านสามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นเรียนแทนได้ โดยกรุณาแจ้งให้ทีมงานทราบล่วงหน้าตามที่อยู่อีเมล์ด้านล่างนี้ เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้เข้าสัมมนา
  • กรณีโอนเงินมาแล้วแต่ที่เต็ม ทีมงานจะติดต่อท่านเพื่อขอหลักฐานและโอนเงินคืนให้
  • หากมีข้อสงสัยหรือข้อขัดข้องประการใด สอบถามได้ที่ ClubVIdotcom@gmail.com หรือ facebook.com/ClubVI

————————————