Tap Dancing to Work ภาคภาษาไทย พร้อมเปิดตัว

tapdancingthai2

ตอนนี้หนังสือ “Tap Dancing to Work” ภาคภาษาไทย ในชื่อไทยว่า “เต้นรำไปทำเงิน” แปลโดยคุณชัชวนันท์ สันธิเดช และคุณสุภศักดิ์ จุลละศร สองทีมงาน Club VI สำเร็จเสร็จสิ้นออกมาเป็นรูปเล่มเรียบร้อยแล้วนะครับ

หลายคนบอกว่า นี่คือหนังสือลงทุนที่เป็นที่จับตามองที่สุดเล่มหนึ่งของปีนี้เลยทีเดียว

ขอขอบพระคุณพี่เวป พรชัย รัตนนนทชัยสุข แฟนพันธุ์แท้วอร์เรน บัฟเฟตต์ และหนึ่งในผู้ถือหุ้นเบิร์คเชียร์ แฮธาเวย์ กับ พี่โจ อนุรักษ์ บุญแสวง นายกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) ที่ให้เกียรติเขียนคำนิยมให้ด้วยครับ

ในวันพฤหัสที่ 17 ต.ค. เวลา 12.00-13.00 น. จะมีงานเปิดตัวหนังสือ ณ เวทีกลาง ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยผู้แปลทั้งสองคนจะไปพูด และจะไปแจกลายเซ็นต่อที่บู๊ธ L06 สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์ ผู้สนใจไปพบกันได้ครับ

*******************

เต้นรำไปทำเงิน

ทุกเรื่องราวเกี่ยวกับวอร์เรน บัฟเฟตต์ ตั้งแต่ยังไม่เป็นที่รู้จักจนกลายมาเป็นนักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ของโลก

หนังสือเล่มนี้จะทำให้เราได้เห็นถึงการผจญภัยในโลกธุรกิจของวอร์เรน บัฟเฟตต์ เห็นถึงพัฒนาการความคิด การลงทุน การตัดสินใจ หรือแม้แต่การบริหารธุรกิจที่เรามักจะไม่ค่อยได้เห็นในตัวของบัฟเฟตต์บ่อยนัก ทั้งหมดมีอยู่ในหนังสือเล่มนี้ แม้แต่ความผิดพลาดของวอร์เรน บัฟเฟตต์ อะไรที่ทำนายไว้แล้วเป็นจริง อะไรที่ทำนายไว้แล้วไม่เป็นจริง สิ่งเหล่านี้ได้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้แล้วเช่นกัน 

ในหนังสือประกอบไปด้วย – บทความเกี่ยวกับวอร์เรน บัฟเฟตต์ ของนิตยสาร Fortune ตั้งแต่ปี 1966 – 2012 – ข้อเขียนของวอร์เรน บัฟเฟตต์ เอง – จดหมายถึงผู้ถือหุ้น ซึ่งคัดเฉพาะส่วนที่สำคัญ – จดหมายที่บิลล์ เกตส์ เขียนถึงวอร์เรน บัฟเฟตต์ – พลาดไม่ได้! กับบทสนทนา บทสัมภาษณ์ และการเป็นวิทยากรบนเวทีเดียวกันของบิลล์ เกตส์ และวอร์เรน บัฟเฟตต์

******************

แจ้งข่าว! หลักสูตรอบรม “ลงทุนอย่างวีไอพันธุ์แท้” โดย Club VI

[ขณะนี้คอร์สของเราเต็มหมดแล้วครับ ขอปิดรับจอง และขอขอบพระคุณทุกท่านที่ไว้วางใจ Club VI ครับ]

reality

หลังจากเพื่อนๆ เรียกร้องกันมานาน ทีมงาน Club VI เราก็พร้อมแล้วนะครับ สำหรับหลักสูตรอบรมการลงทุนในหุ้นครั้งแรกของเรา นั่นคือหลักสูตร “ลงทุนอย่างวีไอพันธุ์แท้” โดย Club VI

หลักสูตรของเรา แบ่งออกเป็นสองคอร์ส ดังนี้ครับ

คอร์ส 1: แม่นงบการเงิน

• ทำความเข้าใจธุรกิจผ่านงบการเงิน
• มองหาตัวเลขที่สำคัญ
• ตีความอัตราส่วนทางการเงิน
เน้นความเข้าใจ เรียนจบ อ่านงบเป็น

จัดวันเสาร์ที่ 26 ต.ค. 56 ลงทะเบียน 8.30 น. เวลาอบรม 9.00-17.00 น. ณ โรงแรม Grand Mercure Bangkok Fortune (ติด MRT พระราม 9) ชั้น 3 ห้อง Fortune

คอร์ส 2: ประเมินมูลค่าหุ้น [เต็มแล้ว]

• มูลค่าหุ้นและ Margin of Safety
• วิธีอัตราส่วน เช่น P/E, PEG
• วิธีคิดลดกระแสเงินสด เช่น DCF, DDM
เข้าใจง่าย เรียนจบ ประเมินหุ้นเป็น เลือกหุ้นลงทุนได้

จัดวันเสาร์ที่ 9 พ.ย. 56 ลงทะเบียน 8.30 น. เวลาอบรม 9.00-17.00 น. ณ โรงแรม Grand Mercure Bangkok Fortune (ติด MRT พระราม 9) ชั้น 3 ห้อง Fortune

ทั้งสองหลักสูตร สอนโดยทีมนักลงทุน-วิทยากรคุณภาพของ Club VI ซึ่งประกอบด้วย ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA), ที่ปรึกษาทางการเงิน, ผู้จัดการกองทุน, financial engineer และผู้เขียนหนังสือ “ลงทุนอย่าง VI พันธุ์แท้ 1 และ 2”

ทั้งนี้ เราจะรับเพียงคอร์สละ “70 ท่าน” ซึ่งทีมงานเราพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นจำนวนที่กำลัง “พอดี” เพื่อให้ความรู้แก่ทุกท่านได้อย่างทั่วถึง เต็มแล้ว…ปิดทันที

ผู้เข้าอบรมในแต่ละคอร์ส จะได้รับเอกสารประกอบการเรียนหนึ่งชุด และรับประทานอาหารกลางวันแบบ International Lunch Buffett ที่โรงแรม รวมทั้ง Coffee Break เช้า-บ่าย

เปิดรับสมัครวันที่ 16 ก.ย. โดยเลือกสมัครได้ 4 แพ็กเกจ ดังนี้

แพ็กเกจที่ 1: สมัครทั้งสองคอร์ส และชำระเงินภายใน 23 ก.ย. ค่าใช้จ่ายรวม 6,000 บาท (เฉลี่ยคอร์สละ 3,000 บาท) [แนะนำ!!]

แพ็กเกจที่ 2: สมัครทั้งสองคอร์ส และชำระเงินหลัง 23 ก.ย. ค่าใช้จ่ายรวม 6,800 บาท (เฉลี่ยคอร์สละ 3,400 บาท)

แพ็กเกจที่ 3: สมัครคอร์สเดียว และชำระเงินภายใน 23 ก.ย. ค่าใช้จ่ายรวม 3,400 บาท

แพ็กเกจที่ 4: สมัครคอร์สเดียว และชำระเงินหลัง 23 ก.ย. ค่าใช้จ่ายรวม 3,600 บาท

ขั้นตอนการสมัคร

  1. เลือกคอร์สที่ต้องการเรียน และเลือกแพ็กเกจ ระหว่างแพ็กเกจที่ 1, 2, 3 หรือ 4
  2. โอนเงินตามแพ็กเกจที่ท่านเลือก เข้าบัญชีธนาคารที่ท่านสะดวก บัญชีใดบัญชีหนึ่ง ต่อไปนี้  [อัพเดต – 18/9/2013, 17.00 น. ขอนำข้อมูลบัญชีธนาคารออก เนื่องจากคอร์สเต็ม]
  3. เมื่อโอนเงินแล้ว กรุณาถ่ายรูปหรือสแกนสลิป แล้วอีเมล์มาที่ clubvidotcom@gmail.com หรือแฟกซ์มาที่ 02-938-3339 โดยระบุรายละเอียด ดังต่อไปนี้
  • 1) ชื่อ-นามสกุล จริงของท่าน
  • 2) เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้
  • 3) ระบุคอร์สที่ต้องการเรียนให้ชัดเจน ว่าสมัคร คอร์ส 1 หรือ คอร์ส 2 หรือ ทั้งสองคอร์ส

4. รออีเมล์ตอบกลับจากทีมงานเพื่อยืนยันการสมัคร

หมายเหตุ

  • การสมัครของท่านจะเสร็จสมบูรณ์ เมื่อท่านได้รับอีเมล์ยืนยันจากทีมงาน
  • หากท่านโอนเงินมาแล้ว แต่จำนวนผู้เข้าอบรมเต็ม ทีมงานจะติดต่อท่านเพื่อขอข้อมูลบัญชีธนาคาร เพื่อโอนเงินคืนให้
  • เมื่อท่านชำระเงินแล้ว ทาง Club VI ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงิน (เว้นแต่กรณีผู้เข้าอบรมเต็ม) แต่หากเข้าอบรมไม่ได้จริงๆ ท่านสามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นเข้าอบรมแทนได้ โดยกรุณาแจ้งให้ทีมงานทราบล่วงหน้าตามที่อยู่อีเมล์ด้านล่างนี้ เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้เข้าอบรม
  • หากมีข้อสงสัยหรือข้อขัดข้องประการใด สอบถามได้ที่ Clubvidotcom@gmail.com หรือ Facebook.com/ClubVI

“20 คำถาม” กับ “VI พันธุ์แท้”

questionmark

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

ปีเตอร์ ลินช์ เป็นสุดยอดผู้จัดการกองทุนในตำนาน กองทุนฟิเดลิตี้ แม็คเจลเลน ที่เขาบริหาร มีหุ้นอยู่ในพอร์ตนับพันๆ ตัว ด้วยความที่มีหุ้นอยู่มากมาย ทำให้เขาต้องศึกษาหาข้อมูลเยอะมาก

ลินช์มีวิธีง่ายๆ ในการทดสอบว่า ผู้ลงทุน “เข้าใจ” ในบริษัทที่จะลงทุนจริงหรือไม่ เขาเรียกมันว่า “แบบฝึก 2 นาที” (Two-Minute Drill) กล่าวคือ ให้ผู้ลงทุนอธิบายเกี่ยวกับบริษัทที่สนใจจะเข้าลงทุนให้คนใกล้ตัวฟัง โดยมีเวลาเพียง 2 นาที ถ้าพูดให้ผู้ฟังเข้าใจได้ ถือว่า “สอบผ่าน” ซึ่งลินช์ก็ใช้วิธีนี้ฝึกฝนตัวเองเสมอ

“แบบฝึก 2 นาที” ของ ปีเตอร์ ลินช์ นอกจากจะเป็นการทดสอบความรู้ของตัวเราเองแล้ว ยังช่วยให้เรารู้จักเรียบเรียงข้อมูล ฝึกจัดระเบียบความรู้ในหัวสมอง และถ่ายทอดมันออกมา ซึ่งทำให้พบช่องโหว่ของตัวเองได้ในทันที ว่าเรารู้อะไร และยังไม่รู้อะไร

เป็นการทดสอบขั้นต้นที่ยอดเยี่ยมมากทีเดียว ลองทำกันดูนะครับ ผมเองก็ใช้อยู่บ่อยๆ

นอกจาก “แบบฝึก 2 นาที” ของลินช์แล้ว ผมยังมี “การทดสอบ” ของตัวเอง ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากลินช์ อยากเล่าให้ทุกท่านฟัง

ผมเรียกมันว่า “การทดสอบ คำถามที่ 2” (Second-Question Test)

“การทดสอบคำถามที่ 2” เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวของผม ที่มี “เพื่อนเม่า” ค่อนข้างเยอะ เพื่อนหลายคนชอบเล่นหุ้นเก็งกำไร บางคนชอบหุ้นปั่น เข้าเร็ว ออกไว ใจร้อน

เวลาผมถามเพื่อนเหล่านี้ว่า ที่ “เล่นหุ้น” ตัวนั้นตัวนี้ เคยรู้บ้างไหมว่าบริษัทเขาทำธุรกิจอะไร?!!

ท่านอาจนึกว่า พวกนั้นเป็นแมงเม่า คงไม่รู้หรอก แต่ผิดคาดครับ เชื่อไหมว่า เพื่อนเม่าของผม “ตอบได้” เสียเป็นส่วนใหญ่

โดยมากแล้ว พวกเขามักจะรู้อยู่ว่า บริษัทนั้นๆ ทำมาหากินอะไร เช่น รับเหมาก่อสร้าง เหล็ก เดินเรือ ยางพารา ฯลฯ

แทบทุกคนตอบ “คำถามแรก” ได้ ไม่ขัดเขิน

แต่แล้ว พอผมยิง “คำถามที่ 2” ว่า กำไรของบริษัทในปีที่แล้วเป็นอย่างไร? รายได้เป็นอย่างไร? ROE เป็นเท่าไร? คู่แข่งมีใครบ้าง? พลพรรคเพื่อนเม่าของผมก็มักจะ “จอด” ตรงนี้

ผมพบว่า เพื่อนๆ ของผมที่เป็นนักเก็งกำไร มักจะ “รู้ตื้น” แต่ “รู้ไม่ลึก” แม้บางคนจะรู้กว้าง แต่ก็เป็นความกว้างที่ขาด “ความลึก” ถามผิวเผินยังพอตอบได้ แต่ถามมากกว่านั้นกลับไปไม่เป็น

แค่ใช้ “คำถามที่ 2” ทดสอบดู ก็รู้แล้ว

นี่ยังไม่ได้ถามคำถามที่ 3, 4, 5 นะครับ ถ้าลองถามต่อไปว่า กำไร-รายได้ย้อนหลัง 5 ปีโตปีละกี่เปอร์เซ็นต์? กระแสเงินสดเป็นอย่างไร? Market Share กี่เปอร์เซ็นต์? ใครถือหุ้นใหญ่? แบบนี้เพื่อนๆ เม่าของผมอาจ “แพ้น็อค” เลยก็เป็นได้

ที่จริงก็ไปว่าเขาไม่ได้นะครับ จะว่าไปพวกเขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปรู้อะไรมากมายจริงๆ นั่นแหล่ะ ก็จะรู้ไปทำไมเล่า ถือแป๊บเดียว เดี๋ยวก็ขายทิ้งแล้ว

แต่สำหรับคนที่ปวารณาตัวเองเป็น VI นี่คือเรื่องสำคัญครับ เราต้องตอบ “คำถามที่ 2” ให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็เหมือน “มวยคางเปราะ” นึกว่าตัวเองเก่งแล้ว แต่พอขึ้นไปชก คู่ชกแย็บๆ คลำๆ ดูไม่กี่ทีก็รู้แล้วว่าจุดอ่อนเราอยู่ตรงไหน โดนซัดจังๆ มีหวัง “ร่วง” แน่นอน

และที่จริง แค่ 2 คำถามสำหรับ VI ยังไม่พอ ถ้าเป็น “มวยระดับแชมป์” หรือเป็น “วีไอสายดำ” ท่านควรตอบให้ได้มากกว่านั้น ตอบให้ได้มากที่สุด

ผมจึงคิดเกมที่เรียกว่า “เกม 20 คำถาม” (Twenty-question Game) โดยให้เพื่อน ให้คนในครอบครัว หรือใครก็ตาม ลองยิงคำถามเกี่ยวกับบริษัทที่เราถือหุ้นอยู่ ให้เขาถามให้หมดเปลือก ถามอะไรก็ได้เกี่ยวกับบริษัท แต่อย่านอกเรื่อง (คนละอย่างกับเกม 20 คำถาม ที่เราเคยเล่นกันสมัยเด็กนะ)

ถ้าเราตอบได้ไม่ต่ำกว่า 80% (16 คำถาม) ถือว่าได้ “เกรด A” ผ่านฉลุย แต่ถ้าตอบได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง (น้อยกว่า 10 คำถาม) ถือว่าสอบตก ต้องไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มโดยด่วน

อ้อ.. ถ้าให้คนที่รู้เรื่องการลงทุน และพอจะรู้จักบริษัทนั้นๆ อยู่บ้างมาถาม จะดีมากครับ เพราะจะถามได้ทั้งใน “เชิงปริมาณ” และ “เชิงคุณภาพ” ซึ่งจะครอบคลุมรอบด้านกว่า ยิ่งถ้าเขาเคยใช้สินค้าหรือบริการของบริษัทมาก่อน ก็จะยิ่งถามได้ใน “เชิงลึก” ขึ้น

ผมจะลองยกตัวอย่าง “20 คำถาม” ที่ “VI พันธุ์แท้” ทุกคนควรตอบให้ได้ เช่น

  1. บริษัทมีรายได้ทั้งปีเท่าไร? (ถ้าบอกได้ถึงไตรมาสล่าสุดเลยยิ่งดี)
  2. บริษัทมีกำไรทั้งปีเท่าไร? (เช่นเดียวกันครับ ถ้าบอกได้ถึงไตรมาสล่าสุดเลยจะดีมาก)
  3. ROE ปัจจุบันประมาณกี่เปอร์เซ็นต์?
  4. กระแสเงินสดเป็นอย่างไร? (อธิบายโดยภาพรวมให้พอเข้าใจ เช่น บริษัทนี้เงินสดเหลือเฟือ เพราะเป็นบริษัทค้าปลีก ขายสินค้าเป็นเงินสด แต่ซื้อของเป็นเงินเชื่อ หรือบริษัทนี้เป็นบริษัทลีสซิ่ง เงินสดไม่มาก ลูกหนี้เยอะ เป็นต้น)
  5. Gross Margin, Net Margin ปัจจุบันประมาณกี่เปอร์เซ็นต์? มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลงหรือไม่?
  6. D/E (อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น) อยู่ที่เท่าไร? มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลง?
  7. Market Cap. ประมาณเท่าไร? (ตัวเลขนี้ดูใน Settrade.com ก็รู้แล้ว)
  8. กำไรของบริษัทย้อนหลัง 5 ปี โตปีละกี่เปอร์เซ็นต์? มีความสม่ำเสมอหรือไม่อย่างไร? (อันนี้สำคัญมากครับ อดีตบอกอนาคต ถ้าโตมาตลอด แปลว่ามีโอกาสจะโตต่อไปเรื่อยๆ)
  9. รายได้ของบริษัทย้อนหลัง 5 ปี โตปีละกี่เปอร์เซ็นต์? มีความสม่ำเสมอหรือไม่อย่างไร? (เช่นเดียวกับคำถามก่อนหน้า .. อดีตบอกอนาคต)
  10. บริษัทมีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่อยู่เสมอหรือไม่? ถ้าใช่ จะหาแหล่งเงินทุนอย่างไร? (ถ้ากู้มาก็ต้องใช้หนี้กันเหนื่อย ถ้าเพิ่มทุน EPS ก็จะลด มูลค่าหุ้นถูก Dilute เดือดร้อนเราต้องไปหาเงินมาเติมอีก)
  11. ปัจจุบันมี Market Share กี่เปอร์เซ็นต์? เป็นอันดับที่เท่าไรของตลาด?
  12. ใครเป็นคู่แข่งสำคัญของบริษัท? เปรียบเทียบส่วนแบ่งตลาดของบริษัทกับบริษัทคู่แข่ง มากน้อยต่างกันอย่างไร ?
  13. ศักยภาพในการแข่งขันของบริษัทเป็นอย่างไร? มี Competitive Advantage เหนือบริษัทอื่นหรือไม่? (อันนี้เป็นเรื่องเชิงคุณภาพครับ ต้องวิเคราะห์ธุรกิจเป็นด้วย)
  14. มีการซื้อหุ้นคืน เพิ่มทุน หรือออกวอร์แรนต์มั้ย?
  15. ผู้บริหารคือใคร เคยมีประวัติปั่นหุ้น หรือทุจริตอะไรมั้ย?
  16. ผู้บริหารเก่งจริงมั้ย? ทำอะไรมาก่อน? ธุรกิจที่เคยบริหารสอดคล้องกับธุรกิจที่บริหารอยู่ในปัจจุบันหรือไม่? เคยประสบความสำเร็จอะไรมาบ้าง? เคยทำบริษัทเจ๊งมาหรือเปล่า?
  17. แผนการเติบโตของบริษัทในอนาคตเป็นอย่างไร? (หาฟังได้จาก Opp Day หรือถามจากผู้บริหารเวลาเข้าประชุมผู้ถือหุ้น หรือคอยตามข่าวในสื่อต่างๆ)
  18. P/E ปัจจุบันเท่ากับเท่าไร? และค่า P/E เฉลี่ยในอดีต 10 ปี ที่ผ่านมาอยู่ที่เท่าไร?
  19. P/BV ปัจจุบันเท่ากับเท่าไร?
  20. นโยบายการจ่ายปันผลเป็นอย่างไร จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ของกำไร? จ่ายสม่ำเสมอหรือไม่?

นี่แค่ตัวอย่างนะครับ ที่จริงจะถามให้ลึกไปกว่านี้ก็ยังได้ แต่ตอบได้ทั้งหมดนี่ก็ขั้นเทพแล้วล่ะ

บางท่านอาจนึกในใจว่า ไม่เห็นต้องให้ใครถามเลย เรา List คำถามออกมา แล้วตอบตัวเองก็ได้นี่… ก็ได้อยู่ครับ ไม่มีอะไรเสียหาย แต่การให้คนอื่นถาม จะเป็นการบังคับตัวเองให้เตรียมตัวให้พร้อมกว่า เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะถามอะไร อีกทั้งเมื่อตอบไปแล้ว จะเห็น Reaction ทันทีว่าคู่สนทนาเข้าใจในสิ่งที่เราพูดหรือไม่

ถ้าเราเข้าใจถ่องแท้จริงๆ เราย่อมสามารถพูดให้คนอื่นเข้าใจได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าพูดแล้วเขาไม่เข้าใจ เป็นไปได้ไหมว่าตัวเราเองอาจยังไม่กระจ่างแจ้งนัก หรือยัง “ติด” อะไรอยู่?

ท่านพุทธทาสภิกขุเคยเทศน์สอนไว้ว่า “ถ้าคุณอยากรู้เรื่องอะไร คุณจงตั้งต้นศึกษาเหมือนอย่างว่า เราจะไปเป็นครูเขาในเรื่องนั้น เรียนให้มากในเรื่องนั้น แล้วคุณจะรู้เรื่องนั้น ดีจนพอ..ดีจนเกินพอ”

การเล่น “เกม 20 คำถาม” คือการเปิดโอกาสให้คนอื่นถามเรา เหมือนเรากำลังฝึกตนเพื่อไปเป็น “ครู” ซึ่งยากกว่าเป็นนักเรียนแล้วอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบหลายเท่านัก แต่ถ้าทำได้ เราจะรู้จักบริษัทที่จะเข้าไปลงทุนชนิด.. “ดีจนเกินพอ”

อย่าลืมนะครับ “VI พันธุ์แท้” ทุกคน จะลงทุนในบริษัทไหน จงศึกษาหาความรู้ราวกับจะไปเป็น “ครู” สอนคนอื่นเขา แค่ “20 คำถาม” ก็รู้แล้วครับ!!

** สนใจหลักสูตรสัมมนา “ประเมินมูลค่าหุ้น” สอนวิธีหามูลค่าหุ้นหลักๆ ที่นักลงทุนระดับโลกนิยมใช้ ครบทุกวิธี เน้นความเข้าใจที่ถ่องแท้ เรียนจบ หามูลค่าหุ้นได้ โดยทีมงาน Club VI คลิกที่นี่ **

** สนใจหลักสูตร VI 101 “พื้นฐานการลงทุนเน้นมูลค่า” สำหรับผู้ที่อยากลงทุนแนววีไอ ต้องการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในระยะยาว แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร คลิกที่นี่ **

 ——————————