“วันนี้ที่รอคอย” นักลงทุนยื่นภาษี ไม่ต้องกรอกปันผลให้วุ่นอีกแล้ว

taxmadeeasy

ชนิดา พัธโนทัย

ทุกๆ ต้นปี คนไทยทุกคนที่รายได้ถึงเกณฑ์ ย่อมมีหน้าที่ต้องยื่นแบบเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และสำหรับพวกเราซึ่งเป็น “นักลงทุนหุ้น” นั้น มีเงินได้ประเภทหนึ่งซึ่งได้รับกันอยู่ทุกปี นั่นคือ รายได้จาก “เงินปันผล”

รายได้จากเงินปันผล เป็นรายได้ตามมาตรา 40(4) (ข) โดยในการยื่นแบบเพื่อเสียภาษี นักลงทุนอย่างเราๆ ก็ควรจะ “ขอเครดิตภาษีเงินปันผล” ด้วย (แม้บางคนจะไม่ทำ เพราะทำไม่เป็นหรือไม่เคยสนใจ ทำให้เสียโอกาสในการได้เงินภาษีคืน)

อย่างไรก็ตาม คนที่เคยยื่นภาษีผ่านอินเตอร์เน็ตคงทราบดีว่า การขอเครดิตภาษีเงินปันผลนั้น ต้อง  Key ข้อมูลเข้าไปเยอะขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็น ชื่อหุ้น เลขผู้เสียภาษีของบริษัทที่จ่ายปันผลให้เรา ทั้งยังต้องดูด้วยว่าเงินปันผลที่ได้รับนั้นเสียภาษีในอัตราร้อยละเท่าไร มีทั้งอัตราร้อยละ 30, 23, 20 หรือได้รับ “ยกเว้นภาษี” หรืออาจ “ไม่ได้รับเครดิตภาษี” เลยก็ได้

หลายคนคงมีประสบการณ์คล้ายๆ กัน คือกว่าจะ Key เสร็จหนึ่งบริษัทก็ปาเข้าไปเป็นนาที ยิ่งถ้าใครมีหุ้นอยู่หลายสิบตัว ก็ต้อง Key กันตาลายเลยทีเดียว ไหนจะต้องตรวจทานความถูกต้องอีกรอบหนึ่ง บางครั้งยัง Key ไม่ทันเสร็จก็โดนเด้งออกจากระบบ เพราะอยู่ในระบบนานเกินไป

เคยคิดในใจเหมือนกันว่า ทำไมไม่มีระบบอะไรที่เชื่อมข้อมูลเหล่านี้เข้าด้วยกัน จะได้ไม่ต้องมานั่ง Key ให้ยุ่งยาก

และแล้วในปีนี้ สิ่งที่เคยฝันไว้ก็ได้กลายเป็นความจริง เพราะระบบของ TSD ได้ Link ข้อมูลการจ่ายเงินปันผลทั้งหมดของผู้มีเงินได้แต่ละคนเข้ากับระบบการยื่นภาษีออนไลน์ของกรมสรรพากร โดยผู้ยื่นภาษีที่มีรายได้จากเงินปันผลแทบไม่ต้อง Key อะไรอีกต่อไปแล้ว

โดยส่วนตัว ได้ทดลองยื่นภาษีของตัวเองโดยใช้ข้อมูลออนไลน์จาก TSD แล้ว บอกได้เลยว่าสะดวกและรวดเร็วมาก อยากให้ทุกท่านลองทำกันดูนะคะ ขั้นตอนก็ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากเลย ดังนี้ค่ะ

  1.  ให้ท่านเข้าไปในเว็บไซต์ของกรมสรรพากร ในส่วนของการยื่นภาษีทางอินเตอร์เน็ตสำหรับบุคคลธรรมดา หรือเข้าตรงเลยตามลิงค์นี้ https://epit.rd.go.th/publish/index.php
  2. ดูที่กรอบสี่เหลี่ยมด้านซ้ายของจอ ในหัวข้อ “ภงด 90/91 ยื่นด้วยตนเอง” ให้มองลงไปด้านล่าง จะพบบรรทัดที่เขียนว่า “ขั้นตอนการ upload ข้อมูลจ่ายเงินปันผล” คลิกที่บรรทัดดังกล่าว จะมีไฟล์ PowerPoint เด้งขึ้นมา ให้เซฟไฟล์นี้ไว้ โดยไฟล์นี้จะเป็นคำแนะนำวิธีการใช้เว็บไซต์ของ TSDIVP_RD_Download_Internet2014_Page_01
  3. ให้เข้าไปในเว็บไซต์ของ TSD ตามลิงค์นี้ http://portal.tsd.co.th/th/index.html เพื่อสมัครสมาชิก Investor Portal เพื่อให้ได้ Username และ Password ใช้เวลาไม่นานเลยค่ะ สมัครวันนี้ พรุ่งนี้ก็ได้รับแล้ว
  4. เมื่อได้รับ Username และ Password แล้ว ให้ท่านกลับเข้าไปในเว็บไซต์ของ TSD อีกครั้ง จากนั้นให้ Login เข้าไปในระบบ แล้วทำตามคำแนะนำในไฟล์ PowerPoint ที่ดาวน์โหลดเก็บไว้แล้ว (ทำตามไปเรื่อยๆ รับรองว่าไม่ยากเลย เดี๋ยวก็เสร็จค่ะ ลองดูภาพประกอบด้านล่างนะคะ)IVP_RD_Download_Internet2014_Page_03IVP_RD_Download_Internet2014_Page_09IVP_RD_Download_Internet2014_Page_10IVP_RD_Download_Internet2014_Page_11
  5. เมื่อทำตามคำแนะนำทุกขั้นตอนแล้ว ท่านจะได้ข้อมูลเงินปันผลของตัวเองในปีนั้นๆ ให้ดาวน์โหลดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ได้เลย
  6. เมื่อท่านพร้อมจะยื่นภาษี ก็ให้เข้าไปในเว็บไซต์กรมสรรพากรตามปกติเหมือนที่เคยทำทุกครั้ง พอเข้าระบบแล้วค่อย Upload ไฟล์ข้อมูลเงินปันผลที่เซฟเก็บเอาไว้ แค่นี้ก็เอาไปใช้ได้แล้วค่ะ

นอกจากจะง่ายเพราะไม่ต้อง Key ข้อมูลแล้ว ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งที่น่าจะได้รับก็คือ เจ้าหน้าที่สรรพากรย่อมไม่มีความจำเป็นต้องเรียกขอเอกสารเพิ่มเติม เนื่องจากข้อมูลที่ยื่นไปเป็นข้อมูลจาก TSD อันเป็นหน่วยงานกลางที่เชื่อถือได้อยู่แล้ว

ซึ่งคงจะทำให้หลายคนไม่ต้องสแกนเอกสาร ไม่ต้องปริ๊นท์ ไม่ต้องส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ไม่ต้องไปที่สรรพากรอีกต่อไป น่าจะช่วยตัดปัญหาได้มากเลยทีเดียว

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจยังไม่รู้สึกถึงความง่าย ก็ขอให้ลองทำดูด้วยตนเองนะคะ แล้วจะรู้ว่ามันสะดวกขนาดไหน

อ้อ.. ก่อนจบ ขอออกตัวว่าผู้เขียนบทความนี้ไม่ใช่คนของ TSD และไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ ที่เขียนเรื่องนี้ก็เพราะเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ จึงอยากช่วยบอกต่อให้ ขอขอบคุณหน่วยงานรวมทั้งบุคลากรที่เกี่ยวข้องที่ได้ทำให้งานของนักลงทุนหุ้นผู้เสียภาษีทุกคนง่ายลงค่ะ

——————-

PE Band ของโรงพยาบาล

peband-hc

ชนิดา พัธโนทัย

[ต่อจากตอนที่แล้ว]

ในตอนที่แล้ว เราได้อธิบายเรื่องของ PE Band ไว้โดยละเอียด โดยยกตัวอย่างช่วง P/E ของเซกเตอร์ ICT ให้เห็นกันไปแล้ว (ท่านที่ยังไม่ได้อ่านตอนที่แล้ว คลิกที่นี่ )

วันนี้ขอเลือกเป็นเซกเตอร์ที่ได้รับความนิยมสูงมากในหมู่นักลงทุนไทย นั่นก็คือเซกเตอร์ “โรงพยาบาล” กันนะคะ

peband-hospital

 [PE Band ของหุ้นโรงพยาบาล แนะนำให้คลิกที่ภาพแล้วซูมเข้ามาดูใกล้ๆ ค่ะ]

ระหว่างปี 2554  จนถึงกลางปี 2557 P/E ของกลุ่มโรงพยาบาล อยู่ในช่วง 20-30 เท่า (สังเกตจากเส้นสีฟ้า แสดงกรอบบนและล่าง) โดยค่าเฉลี่ย P/E จะอยู่ที่ประมาณ 25 เท่า (สังเกตจากเส้นประสีส้ม)

แต่หลังจากกลางปี 2557 เป็นต้นมา P/E ของกลุ่มโรงพยาบาลก็เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทะลุกรอบบนของ P/E Band (วงกลมสีเหลือง) ประกอบกับการเติบโตของกำไรของกลุ่มที่ก้าวกระโดด ก็ยิ่งทำให้ราคาสูงขึ้น โดยจะเห็นได้จากความชันของเส้นดัชนีของกลุ่ม (เส้นเขียวๆ แดงๆ ข้างบนสุด) ที่มากขึ้นนั่นเอง

จะเห็นได้ว่า เซกเตอร์โรงพยาบาล เป็นตัวอย่างของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ราคาไม่ค่อยจะลงมาให้ซื้อมากนัก ค่า P/E ไม่เคยต่ำ แต่กลับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

จนถึง ณ ขณะนี้  P/E ของกลุ่มอยู่ที่ “37 เท่า” ซึ่งถือว่าสูงมาก!!

อย่างไรก็ตาม การจะด่วนตัดสินว่าหุ้นในเซกเตอร์โรงพยาบาลนั้นแพงจนซื้อไม่ได้แล้วก็อาจเร็วเกินไปหน่อย เพราะแม้หุ้นจะแพง แต่บริษัทในอุตสาหกรรมนี้ก็โตเร็วมาก

ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำ คือต้องเอาเรื่องของ “การเติบโต” มาพิจารณาด้วย ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือ หาค่า “PEG” ออกมาเพื่อประกอบการตัดสินใจนั่นเอง (เรื่อง PEG เคยอธิบายเอาไว้โดยละเอียดแล้วก่อนหน้านี้ สนใจตามไปอ่านได้ คลิกที่นี่ ค่ะ )

และนี่ก็คือ P/E Band ของกลุ่มโรงพยาบาล อุตสาหกรรมที่หุ้นไม่มีวัน “ถูก” เดี๋ยวตอนหน้าจะมาว่ากันต่อในเซกเตอร์ที่น่าสนใจอื่นๆ ค่ะ 

 —————————

หลักสูตร VI101 “พื้นฐานการลงทุนเน้นมูลค่า” รุ่นที่ 4 โดย Club VI  วันเสาร์ที่ 7 ก.พ. นี้ สำหรับผู้ที่อยากลงทุนแนววีไอ แต่ยังไม่มีพื้นฐานหรือพื้นฐานยังน้อย สมัครได้เลย คลิกที่นี่ 

หลักสูตรระดับกลาง ยอดนิยม VI201 “อ่านงบการเงิน” วันที่ 7 มี.ค. และ VI202 “ประเมินมูลค่าหุ้น” วันที่ 28-29 มี.ค. สมัครได้เลย คลิกที่นี่  

 

P/E Band เครื่องมือชั้นดี ที่หลายคนไม่เคยใช้

peband

ชนิดา พัธโนทัย

การพิจารณาว่าหุ้นตัวหนึ่งราคาถูกหรือแพง และจะเข้าซื้อได้หรือยัง วิธีหนึ่งที่นิยมใช้คือ ดูว่าราคา ณ ตอนนี้ P/E อยู่ที่เท่าไร เมื่อเทียบกับ P/E ของตัวมันเอง จากอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน

เช่น ณ ปัจจุบัน หุ้น XYZ มีค่า P/E อยู่ที่ 10 เท่า โดยที่ถ้าดูย้อนหลังไป (อาจจะ 3-4 ปี) หุ้นตัวนี้เทรดกันอยู่ที่ P/E ต่ำสุดประมาณ 9 เท่า และสูงสุดไม่เกิน 18 เท่า

ในกรณีนี้ ช่วงของ P/E ที่ 9-18 เท่า จึงถือเป็น “P/E Band” ของหุ้น XYZ

และการที่ P/E ปัจจุบันอยู่ที่ 10 เท่า แสดงว่าราคาหุ้น XYZ ณ จุดนี้ อาจจะค่อนข้างถูกแล้วก็เป็นได้ เพราะค่า P/E อยู่ใกล้จุดต่ำสุดมากแล้ว (จุดต่ำสุดคือ 9 สูงสุดคือ 18) การเข้าซื้อหุ้น ณ จุดนี้จึงถือว่ามีความเสี่ยงไม่มากและอาจคุ้มที่จะเสี่ยง

ในทางตรงข้าม ถ้าเราซื้อหุ้น ณ จุดที่ P/E ใกล้ๆ 18 เท่า ก็อาจหมายความว่าหุ้นแพงมากแล้ว จึงต้องตัดสินใจให้ดีหากจะเข้าไปซื้อ

หุ้นในตลาดหลักทรัพย์นั้น มีหลายกลุ่มอุตสาหกรรม (เซกเตอร์) ด้วยกัน บางเซกเตอร์เทรดกันอยู่ที่ P/E ค่อนข้างสูง และก็สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยยอมลง

แต่บางเซกเตอร์ P/E ไม่ค่อยขยับไปไหน อยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้น หรือบางเซกเตอร์ก็จะมีกรอบของ P/E ที่ค่อนข้างชัดเจน

ทั้งนี้ การที่หุ้นที่อยู่ต่างเซกเตอร์กัน มี “พฤติกรรมของ P/E” แตกต่างกัน ล้วนแล้วแต่มีสาเหตุมาจากลักษณะของตัวธุรกิจหรืออุตสาหกรรมนั้นๆ รวมถึงมุมมองของนักลงทุนที่มองหุ้นในแต่ละกลุ่มแตกต่างกันไปนั่นเอง

ลองมาดูกันเล่นๆ ว่า P/E ของแต่ละเซกเตอร์ ณ ตอนนี้สูงไปหรือยัง หรือว่ายังต่ำอยู่ มาเริ่มกันที่กลุ่ม ICT ก่อนเลยค่ะ

peband-ict

 (ภาพบน) P/E Band ของกลุ่ม ICT (แนะนำให้คลิกที่ภาพแล้วลองซูมดูใกล้ๆ)

จาก P/E Band ของกลุ่ม ICT ระหว่างปี 2554-2557 จะเห็นได้ว่าค่า P/E อยู่ในช่วง 20-30 เท่า (สังเกตจากเส้นสีฟ้า แสดงกรอบบนและล่าง) โดยมีค่าเฉลี่ย P/E อยู่ที่ประมาณ 25 เท่า (สังเกตจากเส้นประสีส้ม) และที่วงกลมสีแดงไว้นั่นคือจุดที่ P/E สูงชนเพดาน บ่งบอกว่าราคาแพงมากแล้ว ควรระวังไว้ให้ดี!

ณ ปัจจุบัน P/E ของกลุ่ม ICT อยู่ที่ประมาณค่าเฉลี่ยพอดี จึงอาจตีความได้ว่า “หุ้น ICT เวลานี้ ไม่ถูกและก็ไม่แพงเกินไป” แต่จะเป็นจุดซื้อหรือยัง ก็คงแล้วแต่การตัดสินใจของแต่ละท่าน

ในตอนหน้าเรามาว่ากันต่อถึงเซกเตอร์อื่นๆ ค่ะ

——————————

หลักสูตร VI101 “พื้นฐานการลงทุนเน้นมูลค่า” รุ่นที่ 4 โดย Club VI  วันเสาร์ที่ 7 ก.พ. นี้ สำหรับผู้ที่อยากลงทุนแนววีไอ แต่ยังไม่มีพื้นฐานหรือพื้นฐานยังน้อย สมัครได้เลย คลิกที่นี่ 

หลักสูตรระดับกลาง ยอดนิยม VI201 “อ่านงบการเงิน” วันที่ 7 มี.ค. และ VI202 “ประเมินมูลค่าหุ้น” วันที่ 28-29 มี.ค. สมัครได้เลย คลิกที่นี่