โฮเวิร์ด บัฟเฟตต์ เศรษฐีชาวไร่


โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช
http://www.ClubVI.com

เมื่อวันก่อน “60 Minutes” รายการโทรทัศน์ชื่อดังระดับตำนานทางสถานี CBS ได้นำเสนอเรื่องราวชีวิตของ “โฮเวิร์ด บัฟเฟตต์” ลูกชายคนกลางของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ซึ่งมีความน่าสนใจไม่ใช่น้อย

โฮเวิร์ด (ที่จริงแล้ว พ่อของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ก็ชื่อ “โฮเวิร์ด” เช่นกัน โดยวอร์เรนได้เอาชื่อของพ่อตัวเองมาตั้งเป็นชื่อลูก) ในวัย 57 ปี เป็นลูกคนที่สองของวอร์เรน ต่อจาก ซูซาน บัฟเฟตต์ พี่สาวของเขา และมีน้องชายหนึ่งคน คือ ปีเตอร์ บัฟเฟตต์

“โฮวี่” มีวิถีชีวิตที่แตกต่างจากวอร์เรนผู้พ่อ โดยสิ้นเชิง เขาใช้ชีวิตในฐานะ “ชาวไร่” ทำไร่ข้าวโพดและถั่วเหลือง ต่างจากวอร์เรน พ่อของเขา ซึ่งเป็นนักลงทุนหมายเลขหนึ่งของโลก หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด

สิ่งหนึ่งที่โฮเวิร์ดมีเหมือนกับพ่อก็คือ เขาเป็น “นักการกุศล” (Philanthropist) ตัวยงคนหนึ่ง โฮวี่มีมูลนิธิของตัวเอง ซึ่งขับเคลื่อนได้ด้วยเงินทุนจากหุ้นของ เบิร์คชัวร์ ฮาแธเวย์ ที่เขาได้จากบิดา

มูลนิธิของโฮเวิร์ดใช้เงินราว 50 ล้านเหรียญต่อปี เพื่อช่วยเหลือคนจนในการต่อสู้กับความอดอยากหิวโหย โดยตัวเขาเองได้เดินทางไปยังประเทศต่างๆ กว่า 20 ประเทศ เพื่อคลุกคลีกับผู้ด้อยโอกาสเหล่านั้น

แม้โฮเวิร์ดจะเคยพูดว่า “ไม่ว่าผมจะทำอะไร ก็ไม่มีวันประสบความสำเร็จเหมือนที่พ่อทำ” แต่ที่จริงแล้ว เขาหมายถึงความสำเร็จในสายตาของคนทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าตัวเขาไม่เก่ง ทว่าเขาเลือกเดินคนละทางกับพ่อ อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรที่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับบิดา โฮวี่มองว่าเรื่องแบบนี้ ชีวิตใคร ชีวิตมัน

“พ่อเล่นเกมของพ่อ ผมเล่นเกมของผม” เขาบอกอย่างนั้น


เมื่อนักข่าวไปถามวอร์เรน บัฟเฟตต์ว่า คิดยังไงกับวิถีชีวิตของโฮเวิร์ด วอร์เรนบอกว่า ลูกของเขาคนนี้เป็น “ขาลุย” ชอบคลุกโคลน นอนกลางดินกินกลางทราย ทำไร่ไถนา ต่างจากตัวเขาลิบลับ เมื่อพิธีกรยิงมุขว่า ต่างกันคนละโลกขนาดนี้ แน่ใจหรือว่าโฮวี่คือลูกแท้ๆ ของคุณ วอร์เรนหัวเราะลั่น บอกว่า “นั่นสิ สงสัยผมต้องไปเช็คดูใหม่ซะแล้ว”

วิถีชีวิตในวัยหนุ่มของโฮวี่อาจไม่ได้เลิศหรูนัก เขาเรียนไม่เก่ง ดร็อปเรียนจากมหาวิทยาลัยถึงสองแห่ง แต่วอร์เรนผู้พ่อก็ไม่ห่วง เขาบอกว่าตอนนั้นลูกของเขากำลังค้นหาตัวเอง หาว่าตัวเองอยากทำอะไร และอันที่จริง เด็กวัยรุ่นอีกมากมายก็ไม่จบมหาวิทยาลัย ไม่เห็นจะเป็นปัญหา

ทว่าสิ่งหนึ่งที่วอร์เรนเน้นกับลูกชายตลอดก็คือ ต้อง “ทำในสิ่งที่รัก” หาไม่แล้ว ชีวิตจะไม่มีความสุข ทำอะไรก็ไม่ได้ดี

ที่สำคัญคือ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ไม่อยากให้ลูกมองโลกนี้ด้วยเลนส์ของพวก “ซุปเปอร์ริช” คือมองอะไรแบบ “ลูกเศรษฐี” เขาอยากให้ลูกมีชีวิตแบบ “คนเดินดิน” ซึ่งจะทำให้เข้าใจโลกได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ทั้งนั้น สาเหตุที่คนในแวดวงการลงทุนอย่างเราๆ ควรรู้จักผู้ชายชื่อ โฮเวิร์ด บัฟเฟตต์ ไม่ใช่เพียงเพราะเขาเป็นลูกชายของสุดยอดนักลงทุนระดับตำนาน แต่เป็นเพราะเขาได้รับมอบหมายให้สืบทอดตำแหน่งประธานของเบิร์คชัวร์ แฮธาเวย์ หลังจากวอร์เรนตาย เนื่องจากปู่บัฟฟ์ต้องการให้โฮวี่รักษาวัฒนธรรมขององค์กรเอาไว้

ที่สำคัญกว่าและยังไม่มีใครให้คำตอบได้แน่ชัดก็คือ ใครจะมาเป็น CEO และทำหน้าที่ “เลือกหุ้น” ให้กับเบิร์คชัวร์ แฮธาเวย์ ซึ่งเป็นหน้าที่ๆ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ทำได้ดีที่สุดในโลก

แม้ วอร์เรน ได้ประกาศชัดเจนแล้วว่าจะบริจาคทรัพย์สินกว่า 90% ของตัวเองให้การกุศล ซึ่งนั่นหมายความว่าโฮเวิร์ดจะได้รับการผ่องถ่ายความมั่งคั่งจากพ่อเพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ทั้งหมดของบิดา แต่บัฟเฟตต์ผู้ลูกก็ไม่ได้ขัดข้องอันใด เพราะแม้จะไม่ได้รับการจัดอันดับเป็นคนรวยอันดับต้นๆ ของโลกเหมือนพ่อ แต่โฮวี่ก็ยัง “รวย” ยังมีเงินไปช่วยคนจนได้อีกมากมาย ซึ่งนั่นก็พอแล้วสำหรับ “เศรษฐีชาวไร่” ผู้นี้

อีกจุดหนึ่งที่ฟังแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ก็คือ แม้วอร์เรนจะบริจาคทรัพย์สินให้มูลนิธิของบิลล์ เกตส์มากมายมหาศาล แต่โฮเวิร์ดกลับบอกว่า

“บิลล์ เกตส์ เป็นคนฉลาดที่สุดในโลก รองจากพ่อของผม”

ข้อมูลจาก : http://www.cnbc.com/id/45639360

ทายปริศนาลับกับบัฟเฟตต์

นั่งดูคลิปย้อนหลังของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่ให้สัมภาษณ์ CNBC เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนแล้วสนุกดีครับ นอกจากจะสร้างความฮือฮาด้วยการ “เฉลยชื่อหุ้น” ที่ตัวเองซื้อ เป็นหุ้นบริษัทที่หลายคนคิดไม่ถึงว่าแกจะซื้อ ปู่บัฟฟ์ยังทำให้เราได้เห็นถึง “ความเป็นเด็ก” ในตัวแก ที่มาพร้อมกับรสนิยมบางประการ

เรื่องของเรื่องคือ บัฟเฟตต์ได้ประกาศกลางรายการ “Squawk Box” ว่า ตัวเองเพิ่งซื้อหุ้นของบริษัทๆ หนึ่ง เป็นบริษัทซึ่งใครๆ ก็รู้จักดี พิธีกรทั้ง 3 คนที่นั่งอยู่หน้าจอจึงพยายามซักว่าหุ้นตัวนั้นคืออะไร ไอ้ครั้นจะบอกง่ายๆ ก็กระไรอยู่ ดูเหมือนจะไม่ไว้ลาย ปู่บัฟฟ์จึงทิ้งปริศนาไว้ให้ได้ทายกัน ก่อนจะไปเฉลยในช่วงท้ายรายการ

แกบอกมาคำเดียวครับ “Harold”

ไม่รู้จะอุบไว้ทำไม ป่านนี้ใครๆ ก็คงรู้กันหมดแล้วว่าหุ้นตัวนั้นหมายถึง “IBM” แต่ใครพอจะเดาได้บ้างครับ ว่าคำว่า “Harold” เกี่ยวข้องกับ “IBM” ยังไง ลองเดากันดูนะครับ อย่าเพิ่งใช้ Google คนไทยอย่างเราๆ ใครตอบได้นี่เก่งมากทีเดียว 🙂

CPF

CPF
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

(หมายเหตุ – ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นก่อนมีข่าวการซื้อกิจการบริษัท CPP)

จดทะเบียนเป็นบริษัทตั้งแต่ปี 2521 เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2530 เดิมเป็นธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ ก่อนจะขยายกิจการจนครอบคลุมหลากหลายธุรกิจ

ธุรกิจในประเทศของ CPF แบ่งออกเป็นสัตว์บกและสัตว์น้ำ สัตว์บกมีไก่เนื้อ ไก่ไข่ หมู และเป็ด สัตว์น้ำมีกุ้งและปลา ทั้งธุรกิจสัตว์บกและสัตว์น้ำแบ่งออกเป็นสามประเภท คืออาหารสัตว์ เลี้ยงสัตว์ และอาหารคน เช่น อาหารแช่แข็ง ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด โมเดิร์นเทรดต่างๆ นอกจากนี้ CPF ยังขยายกิจการไปในหลายประเทศ ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะเป็น “ครัวของโลก” และถือหุ้นในบริษัทร่วมที่แข็งแกร่งหลายบริษัท รวมทั้งซีพีออลล์ด้วย

ความแข็งแกร่ง

“CP” เป็นแบรนด์ที่คนไทยทั้งประเทศรู้จัก และ CPF ก็เป็นผู้นำในแทบทุกธุรกิจที่ทำ โดยมีทั้งความเชี่ยวชาญ มีอิทธิพล มีอำนาจต่อรอง จนถูกมองว่าผูกขาดในบางธุรกิจ กิจการในเครือ CPF ต่างเป็นวงจรที่เชื่อมโยงและเกื้อหนุนกันจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ สถานะทางการเงินของบริษัทฯถือว่าดีมาก แต่เนื่องจากเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ จึงมีความไม่แน่นอนจากราคาตลาด รวมถึงโรคระบาดและภัยธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้ในบางครั้งคราว

ค่าทดสอบ 81 เต็ม 100

การเติบโต

ทั้งรายได้และกำไรของ CPF ก้าวกระโดดขึ้นมาอย่างชัดเจนตั้งแต่มีการขยายธุรกิจไปในหลายประเทศ และยังคงเติบโตอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง บริษัทฯ มีอัตราส่วนต่างกำไรที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการประหยัดจากขนาด และก็ยังมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจต่อไปเรื่อยๆ ภาพรวมในแง่ของการเติบโต ศักยภาพ และโอกาสของบริษัทฯ ถือว่าดีเยี่ยม

ค่าทดสอบ 100 เต็ม 100

ผู้บริหาร

ผู้บริหารของเครือซีพีมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจที่ทำสูงมาก โดยมีชื่อเสียงและได้การยอมรับจากทั้งในและต่างประเทศ แต่เนื่องจากอยู่ในเครือธุรกิจขนาดยักษ์ซึ่งแม้จะมีข้อดีอยู่มาก แต่นักลงทุนก็จำต้องระวังว่าผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจในเครืออาจเกิดขึ้นได้เสมอ

ค่าทดสอบ 90 เต็ม 100

รวมค่าทดสอบศักยภาพของ CPF

79.8 เต็ม 100

[Disclaimer: บทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้จัดทำ ไม่ใช่การแนะนำให้ซื้อหรือไม่ซื้อหลักทรัพย์ใดๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ผู้จัดทำไม่รับรองความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการนำข้อมูลหรือความเห็นนี้ไปใช้ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม]