วิเคราะห์งบ Q1 CPALL

7-112

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช และ ชนิดา พัธโนทัย

เพิ่งแกะงบ CPALL เสร็จครับ ตั้งแต่เข้าซื้อหุ้น MAKRO นี่ งบอ่านยากขึ้นเยอะ ดังนั้น ผมขอไปช้าๆ ทีละบรรทัด เผื่อท่านที่พื้นยังไม่แน่นจะได้ไม่งงนะครับ

รายได้รวมของ CPALL ในไตรมาสหนึ่งปี 57 คิดเป็นตัวเลขเกือบ “เก้าหมื่นล้านบาท” เพิ่มขึ้น 68.8% จากไตรมาสหนึ่งปีที่แล้ว ส่วนสำคัญเป็นผลมาจากการเข้าซื้อกิจการ MAKRO

แต่ถ้าตัดรายได้ “3.5 หมื่นล้านบาท” ของ MAKRO ใน Q1 ปีนี้ออกไป CPALL จะเหลือรายได้ “5.3 หมื่นล้าน” จากธุรกิจร้าน 7-11 ที่มีมาแต่เดิม และถ้าเทียบรายได้จากร้าน 7-11 ใน Q1 ปีที่แล้วกับ Q1 ปีนี้ จะพบว่าเพิ่มขึ้น 3.15% สูงขึ้นเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ไตรมาสหนึ่งปีที่แล้ว บริษัทมีร้าน 7-11 เพียง 7,041 สาขา แต่ไตรมาสหนึ่งปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 7,651 สาขา จะเห็นได้ว่า จำนวนสาขาเพิ่มขึ้นกว่า 8% แต่รายได้เพิ่มขึ้นแค่ 3.15%

นั่นแปลว่าโดยภาพรวมแล้ว รายได้ของ 7-11 ต่อสาขา “ลดลงเล็กน้อย” ซึ่งสาเหตุคงหนีไม่พ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง

cpall-mama

เมื่อไปดู “อัตรากำไรขั้นต้น” หรือ Gross Profit Margin (รายได้จากการขายและบริการ หักต้นทุน แต่ยังไม่หักค่าใช้จ่าย) ปรากฏว่า GPM ของ CPALL จากธุรกิจร้าน 7-11 ดีขึ้นเล็กน้อย หากไม่รวมบัตรโทรศัพท์ จะเพิ่มจาก 25.4% เป็น 25.7% แต่ถ้ารวมบัตรโทรศัพท์ด้วย จะเพิ่มจาก 25.5% เป็น 27.4%

ทว่าเมื่อรวมเอากิจการ MAKRO เข้ามาด้วยจะพบว่า Gross Profit Margin ของ CPALL ลดลงจาก 25.9% เหลือ 20.9% หรือลดลงถึง 5% เนื่องจาก MAKRO เป็น “ธุรกิจค้าส่ง” ที่โดยธรรมชาติแล้วอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า “ธุรกิจค้าปลีก” พอรวมกิจการเข้าด้วยกัน จึงมาฉุด margin ของ CPALL ให้ต่ำลง

อันนี้ดูเหมือนจะ “ไม่ดี” แต่ผมมองเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเมื่อไปซื้อกิจการขนาดใหญ่เข้ามา ทำให้โครงสร้างเปลี่ยน ตัวเลขต่างๆ จึงต้องเปลี่ยนไปด้วย ยังชี้ชัดไม่ได้ว่าดีขึ้นหรือแย่ลง

ขยับบรรทัดลงมาเรื่อยๆ เรามาดู “ค่าใช้จ่ายในขายและบริหาร” (SG&A) กันบ้าง ว่ามันเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนอย่างไร

ผลที่ออกมาก็คือ ถ้าไม่รวม MAKRO “ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวม” ของ CPALL เพิ่มขึ้นจาก 22.3% เป็น 26.3% หรือเพิ่มขึ้น 4% พอดี

ตรงจุดนี้ บริษัทอธิบายว่าสาเหตุสำคัญมาจากค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการเข้าซื้อ MAKRO ซึ่งเพิ่งเริ่มบันทึกเข้ามา ทำให้ดูเหมือนไตรมาสนี้ SG&A เพิ่มขึ้นเยอะ

(ค่าใช้จ่ายพวกนี้ผมยังไม่ได้ไปดูว่าจะต้องบันทึกไปอีกกี่ไตรมาส ซึ่งถ้าบันทึกครบจำนวนแล้ว ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ของ SG&A ต่อรายได้รวมก็คงจะลดลง)

cpall-coffee

ในทางตรงข้าม หากรวมกิจการ MAKRO เข้ามาด้วย ปรากฏว่าสัดส่วนของ ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงจาก “21.9%” เป็น “18.4%” เนื่องจากธรรมชาติของธุรกิจค้าส่งมีค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่ำกว่าค้าปลีกเยอะ 

… อันนี้ถือว่า “ดี”

ท่านเห็นไหมครับว่า แม้ธุรกิจค้าส่งจะต้นทุนสูงกว่าค้าปลีก แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ต่ำกว่า ทุกอย่างมีดีมีเสีย ใครที่พื้นยังไม่แน่น ยังไม่แม่นงบ ต้องเรียนรู้ตรงนี้เอาไว้นะครับ

เลื่อนบรรทัดลงมาอีก…

เราดูรายได้กันไปแล้ว ดูต้นทุนกันไปแล้ว ดูค่าใช้จ่ายกันไปแล้ว ทีนี้ก็ถึงคิวของ EBIT หรือ “กำไรจากการดำเนินงาน” (กำไรที่หักทั้งต้นทุนและค่าใช้จ่ายแล้ว) กันบ้าง

ปรากฏว่ากำไรจากการดำเนินงานของ CPALL คิดรวมกิจการ MAKRO ด้วย “เพิ่มขึ้น 20%” แต่ EBIT Margin ลดลงจาก 7.4% เป็น 5.3% หรือลดลงประมาณ 2%

นี่เป็นผลจากบรรทัดข้างบนที่ Gross Margin ลดลงเยอะ จากต้นทุนของธุรกิจค้าส่งที่รวมเข้ามา ทำให้กำไรในบรรทัดนี้ลดลงตามไปด้วย แม้ SG&A จะลดลงแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ ต้องไม่ลืมว่า CPALL ยังมีภาระหนักอก คือดอกเบี้ยจ่ายจากเงินกู้เข้าซื้อ MAKRO โดยในไตรมาสหนึ่งที่ผ่านมา บริษัทจ่ายดอกเบี้ยไปแล้ว 1,346 ล้านบาท นั่นทำให้กำไรสุทธิรวมของ CPALL ใน Q1 “ลดลง 15.1%” และปีนี้ทั้งปีต้องจ่ายร่วม 8,000 ล้านบาท ยังไม่นับปีต่อๆ ไป … ยังอีกยาวววว

cpall-meeting

วันนี้อาจกล่าวได้ว่า เรายังไม่เห็น Synergy ของ CPALL กับ MAKRO เท่าไรนัก ตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นเพียงผลจากโมเดลของธุรกิจที่เปลี่ยน (มีธุรกิจใหม่เข้ามาซ้อนธุรกิจเก่า) คงต้องรอผลไตรมาสสอง แล้วเอามาเทียบกับไตรมาสหนึ่ง น่าจะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น

(ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้บริหารบอกว่าผลจากการ Synergy จะได้เห็นกันเร็วๆ นี้ ก็คงต้องรอดูกันต่อไป)

อีกเรื่องหนึ่งคือ บริษัทกำลังพยายามเพิ่มสินค้า House Brand ซึ่ง margin สูงกว่า โดยเฉพาะพวกของกิน อย่าง กาแฟเย็น และล่าสุด เห็นมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในกล่องโฟมยี่ห้อ 7-11 ออกวางจำหน่ายแล้ว ก็น่าจะช่วยเพิ่มกำไรได้ในระดับหนึ่ง

ส่วนผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวและพิษการเมืองก็คงเป็นไปตามสภาพ กำลังซื้อหด ยอดขายก็ลด การเติบโตสะดุด อันนี้โดนกันถ้วนหน้าทุกบริษัท

แต่ภาระหนักของ CPALL คือ “ดอกเบี้ยจ่าย” ซึ่งจะตามหลอกหลอนไปอีกหลายปี คงต้องรอให้ผ่าน 2 ปีแรกไปได้ จึงจะเห็นหน้าเห็นหลังมากขึ้นครับ

Advertisements

2 thoughts on “วิเคราะห์งบ Q1 CPALL

  1. ยอดขาย โตน้อยส่วนหนึ่งเพราะเปลี่ยนวิธีบันทึกรายได้บัตรโทรศัพท์ ถ้าไม่นับ effect นี้ ร้านสะดวกซื้อยอดขายยังโต 7.7%

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s