ปู่บัฟฟ์เสร็จสิ้นการรักษามะเร็งแล้ว

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

วอร์เรน บัฟเฟตต์ เปิดเผยกับ CNBC ว่าตัวเขาเสร็จสิ้นการรักษามะเร็งเป็นที่เรียบร้อย โดยเพิ่งเข้ารับการฉายรังสีครั้งที่ 44 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 14 ก.ย. หลังจากเข้ารับการรักษาตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา

ปู่บัฟฟ์เปิดเผยว่า ตัวแกคงจะเจอ Side effect จากการฉายรังสีไปอีก 2-3 อาทิตย์ จากนั้นทุกอย่างคงเข้าสู่ภาวะปกติ

ผมเองเห็นปู่ในข่าวครั้งล่าสุด สังเกตเลยว่าผิวหนังแกดูแห้งกร้าน ซึ่งจากประสบการณ์ที่เคยดูแลคนป่วยมะเร็งอย่างใกล้ชิด ทำให้รู้ทันทีว่าเป็นผลข้างเคียงจากการฉายรังสี พอได้ข่าวว่าฉายแสงเสร็จแล้วก็ยินดีกับปู่ด้วย

ขอเอาใจช่วยให้ปู่บัฟฟ์กลับมาแข็งแรงในเร็ววัน ขอให้หายขาดจากมะเร็ง หายแล้วหายเลย โรคร้ายไม่กลับมากล้ำกรายอีก …. อยากให้โลกนี้มีปู่ไปอีกนานๆ ครับ

ที่มา: http://www.cnbc.com/id/49037375

เรื่องแปลกแต่จริงของ S&P และความพ่ายแพ้ของบัฟเฟตต์

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อำลาปี 2011 ด้วยตัวเลขแปลกๆ กล่าวคือ ในวันทำการสุดท้าย “ดัชนี S&P” ปิดตัวลง ณ จุดที่แทบจะ “ไม่เปลี่ยนแปลง” จากเมื่อปี 2010 หรือหนึ่งปีก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ณ เวลาปิดตลาดของวันที่ 30 ธ.ค. 2011 ดัชนี S&P อยู่ที่ 1257.60 จุด ในขณะที่ในวันและเวลาเดียวกันของปี 2010 ดัชนีปิดที่ 1257.64 จุด จึงเท่ากับว่าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา S&P ลดลงเพียง 0.04 จุด หรือ 0.003% ซึ่งในทางเทคนิคแล้วถือว่าแทบจะ “ไม่เปลี่ยนแปลง” เลย

ครั้งล่าสุดที่ S&P จบปีแบบ “ไม่เปลี่ยนแปลง” ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 65 ปีก่อน ในปี 1947 ที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ (ไม่มีตัวเลขแน่ชัด) รองลงมาคือในปี 1970 ที่ดัชนีปรับตัวขึ้น 0.1% จากปีก่อนหน้า

จุดที่น่าสนใจก็คือ แม้ S&P จะไม่เปลี่ยนแปลงเลยในปีนี้ แต่ก็ยังชนะ “เบิร์คไชร์ แฮธาเวย์” ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ โดยหุ้น Class A ของ BRK สิ้นสุดปีด้วยราคา 114,755 ดอลล่าร์ต่อหุ้น ลดลง 4.7% จากราคาปิดในปี 2010 ในขณะที่หุ้น Class B ลดลง 4.8%

การที่ S&P ชนะเบิร์คไชร์ในครั้งนี้ เป็นการชนะครั้งที่สองในรอบสามปี และทำให้ในรอบสิบปีที่ผ่านมา สถิติของทั้งสองฝ่ายเสมอกันอยู่ที่ “5 ต่อ 5” คือ S&P ชนะ 5 ครั้ง และ BRK ชนะ 5 ครั้ง โดย S&P เพิ่งมาตีเสมอได้ในปีล่าสุดนี้เอง

เห็นไหมครับว่าการ “อยู่กับปู่” ไม่อาจการันตีความสำเร็จได้ ถ้าจะให้ชัวร์ เอาหลักของปู่บัฟฟ์มาใช้เลือกหุ้นเองดีกว่าครับ

ข้อมูลและภาพประกอบจาก http://www.cnbc.com/id/19206666/ , http://www.cnbc.com/id/45828487

CPF

CPF
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

(หมายเหตุ – ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นก่อนมีข่าวการซื้อกิจการบริษัท CPP)

จดทะเบียนเป็นบริษัทตั้งแต่ปี 2521 เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2530 เดิมเป็นธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ ก่อนจะขยายกิจการจนครอบคลุมหลากหลายธุรกิจ

ธุรกิจในประเทศของ CPF แบ่งออกเป็นสัตว์บกและสัตว์น้ำ สัตว์บกมีไก่เนื้อ ไก่ไข่ หมู และเป็ด สัตว์น้ำมีกุ้งและปลา ทั้งธุรกิจสัตว์บกและสัตว์น้ำแบ่งออกเป็นสามประเภท คืออาหารสัตว์ เลี้ยงสัตว์ และอาหารคน เช่น อาหารแช่แข็ง ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด โมเดิร์นเทรดต่างๆ นอกจากนี้ CPF ยังขยายกิจการไปในหลายประเทศ ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะเป็น “ครัวของโลก” และถือหุ้นในบริษัทร่วมที่แข็งแกร่งหลายบริษัท รวมทั้งซีพีออลล์ด้วย

ความแข็งแกร่ง

“CP” เป็นแบรนด์ที่คนไทยทั้งประเทศรู้จัก และ CPF ก็เป็นผู้นำในแทบทุกธุรกิจที่ทำ โดยมีทั้งความเชี่ยวชาญ มีอิทธิพล มีอำนาจต่อรอง จนถูกมองว่าผูกขาดในบางธุรกิจ กิจการในเครือ CPF ต่างเป็นวงจรที่เชื่อมโยงและเกื้อหนุนกันจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ สถานะทางการเงินของบริษัทฯถือว่าดีมาก แต่เนื่องจากเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ จึงมีความไม่แน่นอนจากราคาตลาด รวมถึงโรคระบาดและภัยธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้ในบางครั้งคราว

ค่าทดสอบ 81 เต็ม 100

การเติบโต

ทั้งรายได้และกำไรของ CPF ก้าวกระโดดขึ้นมาอย่างชัดเจนตั้งแต่มีการขยายธุรกิจไปในหลายประเทศ และยังคงเติบโตอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง บริษัทฯ มีอัตราส่วนต่างกำไรที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการประหยัดจากขนาด และก็ยังมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจต่อไปเรื่อยๆ ภาพรวมในแง่ของการเติบโต ศักยภาพ และโอกาสของบริษัทฯ ถือว่าดีเยี่ยม

ค่าทดสอบ 100 เต็ม 100

ผู้บริหาร

ผู้บริหารของเครือซีพีมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจที่ทำสูงมาก โดยมีชื่อเสียงและได้การยอมรับจากทั้งในและต่างประเทศ แต่เนื่องจากอยู่ในเครือธุรกิจขนาดยักษ์ซึ่งแม้จะมีข้อดีอยู่มาก แต่นักลงทุนก็จำต้องระวังว่าผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจในเครืออาจเกิดขึ้นได้เสมอ

ค่าทดสอบ 90 เต็ม 100

รวมค่าทดสอบศักยภาพของ CPF

79.8 เต็ม 100

[Disclaimer: บทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้จัดทำ ไม่ใช่การแนะนำให้ซื้อหรือไม่ซื้อหลักทรัพย์ใดๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ผู้จัดทำไม่รับรองความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการนำข้อมูลหรือความเห็นนี้ไปใช้ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม]